วันจัดการประลองฝีมือทำอาหารที่เฉวียนโจวอยู่ในช่วงเดือนหนึ่งตามปฏิทินจันทรคติ เย่ชางเหนียนจึงออกเดินทางไปพร้อมกับคนจากห้องเครื่องหลวงตั้งแต่เดือนสิบสอง ปีนี้คงไม่มีโอกาสกลับบ้านฉลองปีใหม่เป็นแน่
ยังดีที่บรรดาผู้อาวุโสในตระกูลเย่คุ้นชินกับเรื่องเช่นนี้แล้ว อย่างไรเสีย ก่อนหน้านี้ชิงเทียนกับเย่ชางเฟิงก็เคยเดินทางไปตะวันตกมาก่อน
เมื่อไปถึงเฉวียนโจว ก็เป็นวันที่ 28 เดือนสิบสองแล้ว
ทุกคนเข้าพักในโรงเตี๊ยมที่ว่าการเฉวียนโจวจัดเตรียมไว้ให้
คนจากห้องเครื่องหลวงที่มาครั้งนี้ล้วนเป็นศิษย์รุ่นหลานของผู้อาวุโสเฉิน เย่ชางเหนียนไม่เพียงอายุน้อยที่สุดที่นี่ แต่ยังมีลำดับอาวุโสน้อยที่สุดด้วย
ตลอดเส้นทาง เขาจึงวางตนเป็นผู้คอยรับใช้ทุกคนอย่างเป็นธรรมชาติ คอยช่วยเหลืองานสารพัดไม่ให้ขาดตกบกพร่อง
พ่อครัวหลวงหลายคนเอ่ยชมเขาไม่ขาดปาก หากไม่ใช่เพราะที่บ้านไม่มีบุตรสาวที่ถึงวัยออกเรือน แต่ละคนคงอยากพาเย่ชางเหนียนกลับไปเป็นลูกเขยเสียเดี๋ยวนั้น
หลังทุกคนเข้าที่พักในโรงเตี๊ยมแล้ว ไป๋หย่งเกิน ผู้นำวงการพ่อครัวท้องถิ่น ก็พาคนกลุ่มหนึ่งมาหา
“ที่ครั้งนี้ต้องมาขอความช่วยเหลือจากทุกท่าน เป็นเพราะพวกคนตงอิ๋งหยิ่งผยองเกินไปจริง ๆ
“ครึ่งปีที่ผ่านมา พวกนั้นท้าประลองหอสุราและร้านอาหารในเฉวียนโจวไปหลายแห่ง
“พอเอาชนะไม่ได้ก็ลอบเล่นงาน ไม่ใส่ร้ายป้ายสี ก็ปล่อยข่าวลือให้แพร่สะพัด ทำเอาร้านรวงเสียหายไปไม่น้อย!”
เฉวียนโจวเป็นท่าเรือใหญ่แห่งหนึ่งที่ค้าขายกับตะวันตก ในช่วงหลายปีมานี้จึงพัฒนาอย่างรวดเร็ว ภายในเมืองเต็มไปด้วยความคึกคักรุ่งเรือง
