เมื่อก่อนตอนอยู่ที่นอกด่าน ฐานะทางบ้านไม่สู้ดีนัก แม้จะเลี้ยงไก่ เป็ด และหมูเอาไว้ ทั้งเย่เหล่าต้ายังขึ้นเขาไปล่าสัตว์ได้เป็นครั้งคราว
แต่ในยามนั้นไหนเลยจะทำใจกินได้ ล้วนต้องเก็บไว้ขายแลกเงินทั้งสิ้น
นับตั้งแต่อพยพหนีภัยมาถึงหมู่บ้านหรงซี ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวก็ดีขึ้นทุกวัน เนื้อสัตว์นั้นยิ่งกินเท่าไรก็ไม่หมด
ช่วงหลังพอเข้าเมืองมาอาศัยอยู่ที่ร้านเกี๊ยว ก็ได้กินเนื้อทุกวัน
ชีวิตเช่นนี้ เมื่อก่อนนางไหนเลยจะกล้าฝันถึง!
เดิมทียายเย่ยังรู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นทุกวัน ใครจะรู้ว่ากินเนื้อเข้าไปมาก ร่างกายกลับเกิดปัญหาขึ้นมาได้
เย่เหล่าต้าถามอย่างเป็นกังวลว่า “ท่านหมอ อาการนี้รักษายากหรือไม่ จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
“วางใจเถิด ไม่ใช่อาการร้ายแรงอะไร สุขภาพของท่านยายแข็งแรงดี”
หมอเขียนเทียบยาให้เย่เหล่าต้าไปจัดยา ทั้งยังกำชับยายเย่ว่า “ข้าสั่งตำรับยาหลงต่านเซี่ยกานทังให้ท่านแล้ว สรรพคุณหลักคือขจัดความร้อน ขับความชื้น บำรุงถุงน้ำดี และช่วยระบายของเสียในลำไส้
“ระหว่างกินยา ท่านต้องระวัง พยายามกินอาหารมันและรสจัดให้น้อยลง โดยเฉพาะมื้อค่ำ ควรกินอาหารรสอ่อน...”
“ได้ ๆ ข้าจำไว้แล้ว ขอบคุณท่านหมอ” ยายเย่รีบรับคำ นางไม่อยากฟังหมอพูดเรื่องอาหารการกินอีกแล้วจริง ๆ
อายุมากปูนนี้แล้วยังถูกคนพูดว่ากินมากเกินไป ช่างน่าอับอายยิ่งนัก
เมื่อเห็นเช่นนั้น หมอจึงเปลี่ยนเรื่องพูดว่า “หากมีเวลา ท่านออกไปขยับเขยื้อนร่างกายบ้างจะดี ยิ่งหากกำหนดเวลาออกไปเดินเล่นทุกวันได้ ก็เป็นผลดีต่อสุขภาพเช่นกัน”
