กิจการร้านเกี๊ยวมีเรื่องให้จัดการไม่มากนัก อาสะใภ้สามเย่เคยช่วยงานอาสะใภ้ใหญ่เย่มาก่อน เพียงฟังนางอธิบายรอบเดียวก็เริ่มทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว
ในที่สุดอาสะใภ้ใหญ่เย่จึงทุ่มเทให้กับการเตรียมงานก่อนหอสุราเปิดได้อย่างเต็มที่
การเปิดหอสุราสักแห่งแตกต่างจากการเปิดร้านเกี๊ยวก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่จำนวนคนที่จ้างมาก็มีมากกว่าเดิมหลายเท่าแล้ว
นอกจากอาสะใภ้ใหญ่เย่และโหยวปินที่แวะมาช่วยเป็นครั้งคราว นางยังจ้างพ่อครัวอีกสี่คนมาทำอาหารทั่วไป
นอกจากพ่อครัวแล้ว ครัวหลังร้านยังต้องมีช่างหั่นวัตถุดิบ พ่อครัวทำแป้งและขนม รวมถึงแม่ครัวช่วยด้วย
ส่วนเสี่ยวเอ้อก็จ้างมาทีเดียวถึงแปดคน
หากไม่ได้ผู้อาวุโสเฉินช่วย อาสะใภ้ใหญ่เย่คงจัดการเรื่องเหล่านี้ไม่รู้เรื่องเป็นแน่
คราวนี้นางยังเจาะจงไปถามหลินอวี้เหมยกับเฟิงเยว่หยิงด้วยว่าอยากมาทำงานที่หอสุราของนางหรือไม่
ทั้งสองตอบตกลงอย่างไม่มีลังเล
เฟิงเยว่หยิงมาถึงตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว
ส่วนหลินอวี้เหมยต้องจัดการเรื่องในบ้านให้เรียบร้อยเสียก่อนจึงจะมาทำงานได้
บัดนี้ล่วงเข้าสู่เดือนเจ็ดแล้ว อีกไม่กี่วันหอสุราก็จะเปิดกิจการ
อาสะใภ้ใหญ่เย่เริ่มร้อนใจอยู่บ้าง คิดว่าจะให้คนไปเร่งนางอีกสักครั้งดีหรือไม่
แต่เช้าตรู่วันนั้น ทันทีที่นางมาถึงหอสุรา ก็เห็นหลินอวี้เหมยนั่งรออยู่ในโถงชั้นหนึ่งแล้ว
“นางโหยว ข้ามาแล้ว”
“ในที่สุดเจ้าก็มาถึง ข้ารอจนร้อนใจแทบแย่แล้ว!” อาสะใภ้ใหญ่เย่กล่าวกลั้วหัวเราะ
