เหงื่อเย็นของเย่เหล่าต้าผุดขึ้นมาทันที
เขาขยับตัวไม่ได้แม้แต่น้อย ทำได้เพียงร้องเรียก “ชิงเทียน เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ มาทางพ่อตรงนี้ได้หรือไม่”
“มิได้บาดเจ็บเจ้าค่ะ!” ชิงเทียนดูเหมือนจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดเย่เหล่าต้าจึงถามเช่นนั้น
นางใช้ทั้งมือและเท้าป่ายปีนออกมาจากพุ่มไม้
ขณะที่เย่เหล่าต้ากำลังโล่งใจเล็กน้อย ก็เห็นชิงเทียนกอดลูกหมาป่าตัวหนึ่งไว้แน่น แล้วออกแรงแบกครึ่งลากครึ่งพามันมาทางเย่เหล่าต้า
“ชิง...” เมื่อมองดูดวงตาเรืองแสงสีเขียวเป็นแถวอยู่ด้านหลัง เย่เหล่าต้าก็รู้สึกคอตึง เสียงแทบจะเปล่งไม่ออก
“ท่านพ่อ ดูสิเจ้าค่ะ!” ชิงเทียนลากลูกหมาป่ามาให้เย่เหล่าต้าดูอย่างภาคภูมิใจ “หมาตัวน้อย!”
“...” เย่เหล่าต้าพูดไม่ออก
ยังไม่ทันที่เย่เหล่าต้าจะเอ่ยปาก เย่เหล่าเอ้อร์ก็รีบถามด้วยความร้อนใจ “ชิงเทียน ชางรุ่ยกับพวกเขาอยู่ที่ใดกัน?”
เย่เหล่าซานก็เอ่ยขึ้น “ชิงเทียน พี่ๆ ของเจ้าอยู่ที่ใดกัน?”
ชิงเทียนหันไปมองพุ่มไม้ที่ตนเองเพิ่งจะลอดออกมา
“พวกพี่ๆ อยู่กันครบหมดนี่เจ้าค่ะ!”
เมื่อครู่ที่นางได้ยินเสียงเรียกของเย่เหล่าต้าจึงลอดออกมา
เย่เหล่าเอ้อร์พอจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว แล้วเอ็ดด้วยความโกรธ “เย่ชางรุ่ย เจ้ายังไม่พาน้องๆ ออกมาอีกหรือ!”
ครู่ต่อมา พุ่มไม้ก็สั่นไหวอย่างรุนแรง เด็กชายทั้งห้าของตระกูลเย่ก็ผลัดกันลอดออกมาทีละคน
หลิวฉวนไล่ตามขึ้นมาทันในที่สุด พอเห็นลูกทั้งหกของตระกูลเย่อยู่กันครบถ้วน เว้นเพียงลูกชายคนเล็กของตนเองเท่านั้นที่หายไป ก็ตาวูบ เกือบจะล้มหัวทิ่มลงไปกับพื้น
