เมื่ออาสะใภ้ใหญ่เย่มาถึงบ้านเย่ชิ่งหยวน ก็เห็นภรรยาของเขา นางชุย กำลังแบกลูกไว้บนหลังและให้อาหารไก่อยู่ในลานบ้าน
“พี่สะใภ้มีธุระอันใดถึงมาได้หรือ?” นางชุยเห็นอาสะใภ้ใหญ่เย่ก็รีบวางกระจาดในมือลง แล้วเดินเข้ามาถาม “คนที่มาช่วยงานไม่พอหรือ? หากเช่นนั้น ข้าจะให้แม่สามีช่วยดูลูกให้สักครึ่งวัน แล้วข้าจะไปช่วยด้วย”
วันนี้บ้านเย่ขึ้นคานเรือนใหม่ ทั้งยังต้องเลี้ยงอาหารคนทั้งหมู่บ้าน จึงหาคนมาช่วยงานไว้ไม่น้อย
ก่อนหน้านี้นางชุยก็เคยบอกว่าสามารถไปช่วยได้ แต่อาสะใภ้ใหญ่เย่รู้ว่าแม่สามีของนางสุขภาพไม่ดี ครั้นเห็นว่าคนช่วยงานเพียงพอแล้ว จึงไม่รบกวนนาง
ดังนั้นเมื่อเห็นอาสะใภ้ใหญ่เย่มาหาในเวลานี้ นางชุยจึงคิดไปเองว่าเป็นเรื่องงานขึ้นคานวันนี้
“ข้ามาหาเจ้าด้วยเรื่องให้ช่วยจริง แต่ไม่ใช่เรื่องขึ้นคานวันนี้” อาสะใภ้ใหญ่เย่เดินเข้าลานบ้าน พลางหยอกล้อเด็กที่อยู่บนหลังนางชุยไปด้วย “เจ้าอยากหารายได้บ้างหรือไม่?”
นางชุยได้ยินเช่นนั้นก็คิดว่าอาสะใภ้ใหญ่เย่ต้องการคนไปช่วยงานทางเมืองหลวง!
นางถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “พี่สะใภ้ ดูบ้านข้าสิ ทุกอย่างล้วนต้องพึ่งชิ่งหยวนคนเดียว หากเป็นเช่นนี้ เขาคงเหนื่อยจนล้มพับเป็นแน่ ข้าจะไม่อยากหารายได้ได้อย่างไร!
“แต่แม่สามีสุขภาพไม่ดี ลูกก็ยังไม่หย่านม ข้าไปไหนไม่ได้จริง ๆ!”
“เรื่องเหล่านี้ข้าคิดแทนเจ้าไว้หมดแล้ว” อาสะใภ้ใหญ่เย่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ข้ามีงานอย่างหนึ่งที่ทำในหมู่บ้านได้ แต่ละวันใช้เวลาไม่มาก เดือนหนึ่งให้เงินเจ้า 2 ตำลึงเงิน เจ้าจะทำหรือไม่?”
