“เขาดื่มมากไปหน่อย อย่าไปยุ่งกับเขา” อาสะใภ้ใหญ่เย่หัวเราะกลบเกลื่อน แล้วรีบพยุงเย่เหล่าต้าเข้าบ้านไปวางบนเตียงอุ่น
อาสะใภ้สามเย่ก็จัดการพี่สามเย่ขึ้นไปบนเตียงเช่นกัน
หลินอวี้เหมยส่งตัวชิงเทียนให้อาสะใภ้ใหญ่เย่ดูแล แล้วตัวเองก็แยกตัวกลับไปก่อน
อาสะใภ้สามเย่กวาดตามองไปรอบ ๆ ในห้อง ไม่เห็นเสื้อผ้าเปื้อน ๆ หลายชุดที่เคยเห็นมาก่อน สีหน้าจึงเปลี่ยนไปทันที
“บอกแล้วไงว่าข้าซักให้เขาแล้ว!”
“เขาก็แค่เป็นห่วงเจ้าน่ะ!” อาสะใภ้ใหญ่เย่ช่วยพูดแทนเย่เหล่าซาน “นายจ้างก็จ่ายเงินให้แล้ว ใช้เปล่า ๆ ไปเถอะ ไม่ต้องคิดมาก
“เดี๋ยวตอนบ่ายพวกเราไปซื้อของ จะซื้อกุญแจให้เขาด้วย จะได้ให้เหล่าซานล็อกประตูเวลาออกไปข้างหน้า”
อาสะใภ้สามเย่คิดในใจ ใครจะไปห่วงตอนเขาอยู่ในห้องกันเล่า ที่ห่วงก็คือตอนเขาอยู่ในห้องแล้วคนอื่นเข้ามาน่ะสิ!
แต่พอนางก้มหน้าลงไปเห็นดวงตาโต ๆ กระพริบปริบ ๆ ของชิงเทียน ก็พูดอะไรต่อหน้าลูกไม่ได้อีก
อาสะใภ้ใหญ่เย่กล่อมให้ชิงเทียนงีบหลับไปพักหนึ่ง
พอตื่นขึ้นมา อาการของเด็กดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“แม่ บ่ายนี้เราจะไปเดินเล่นตลาดกันไหมเจ้าคะ?” ชิงเทียนถาม
“หนูอยากไปก็ไปสิ” อาสะใภ้ใหญ่เย่ตอบ
“หนูอยากไปเจ้าค่ะ” ชิงเทียนแอบคิดถึงของเล่นสารพัดชนิดที่เย่เซี่ยงเหลยเคยเล่าให้ฟัง
ถึงแม้จะไม่อยากให้เย่เหล่าต้ากับอาสะใภ้ใหญ่เย่ต้องควักเงินซื้อของให้ แต่ยังไงก็เป็นเด็ก ใจมันก็อยากไปดู
ดังนั้นนางจึงอยากไปดูสักหน่อย ว่าของเล่นที่เย่เซี่ยงเหลยพูดถึงนั้นสนุกจริงอย่างที่บอกหรือไม่
พอได้ยินเสียงของชิงเทียน เย่เหล่าต้าก็ตื่นขึ้นมาทันที แล้วเรียกเย่เหล่าซานให้ตื่นต่อ
ผู้ชายบ้านเย่ดื่มเก่งกันทุกคน ทั้งสองคนหลับไปพักหนึ่ง บัดนี้สร่างเมาแล้ว ดูไม่ออกเลยว่าเมื่อเที่ยงดื่มมากันขนาดไหน
“เหล่าซาน พวกพี่ก็แค่เป็นห่วงเลยแวะมาดู ไหน ๆ นายจ้างก็ให้ความสำคัญกับเจ้าขนาดนี้ ที่พักที่นี่ก็ดี กินอยู่อีกต่างหาก ไม่รบกวนเจ้าทำงานตอนบ่ายแล้วล่ะ”
