“นางหลิวบ้านนั้นย้ายเข้ามาในเมืองตั้งแต่เมื่อไรกัน?” พอเดินออกมาจากตรอก อาสะใภ้ใหญ่เย่ก็อดสงสัยไม่ได้
นางช่วงนี้ยุ่งอยู่ไม่น้อย ไม่ทันได้สนใจเรื่องของนางหลิว
“ใครจะไปรู้เล่า!” เย่เหล่าต้าเอ่ย “อย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องคอยให้พวกมันมาหาเรื่องครอบครัวเราในหมู่บ้านอีก
“คนทั้งบ้านนั่น ตั้งแต่เด็กจนแก่ล้วนแปลกประหลาดกันทั้งนั้น
“คราวนี้รู้เสียแล้วว่าบ้านมันอยู่ที่ไหน ต่อไปก็แค่หลบให้ไกล ๆ ก็พอ”
สามคนพาชิงเทียนไปร้านของเล่น อาสะใภ้ใหญ่เย่คิดอยากซื้อของเล่นให้นางมานานแล้ว โดยเฉพาะช่วงนี้กลัวว่านางจะเบื่อหน่ายที่ต้องอยู่แต่ในเรือน จึงซื้อไม้ต่อรูปเจ็ดชิ้นกับห่วงเก้าชั้นให้
อาสะใภ้ใหญ่เย่ตั้งใจจะซื้อไม้ต่อบล็อกชุดใหญ่ด้วยอีกสักชุด แต่กลับถูกอาสะใภ้สามเย่ห้ามไว้ “ของอย่างนี้จะซื้อไปทำไม ให้สามีข้ากลับไปทำชุดหนึ่งให้ชิงเทียนก็แล้วกัน”
“สามีเจ้าเดี๋ยวนี้งานยุ่งจะตาย ข้าซื้อให้ชิงเทียนสักชุดก็จบ ๆ กันไป”
ทว่าอาสะใภ้สามเย่กลับมีแผนในใจของตนเอง
หนึ่ง เพื่อขอบคุณอาสะใภ้ใหญ่เย่ที่พานางออกมาทำงานด้วย
เพราะหลังจากได้เห็นฝีมือของเฟิงเยว่หยิงและหลินอวี้เหมยแล้ว อาสะใภ้สามเย่ยิ่งรู้สึกว่าฝีมือของตนช่างไม่คู่ควรกับเงินเดือนที่อาสะใภ้ใหญ่เย่ให้
นอกจากจะตั้งใจพากเพียรให้มากขึ้นแล้ว ในใจนางก็ยิ่งเต็มไปด้วยความสำนึกในบุญคุณของอาสะใภ้ใหญ่เย่
สอง เพื่อหาอะไรให้เย่เหล่าซานทำ จะได้ไม่ต้องปล่อยให้เขาอยู่ข้างนอกนานเกินไปแล้วเกิดคิดอะไรไม่เข้าท่า
“พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่ พวกพี่พาชิงเทียนกลับไปก่อนเถอะ ข้าจะไปโรงช่างไม้อีกครั้ง พอดีเอาของที่ซื้อให้สามีไปส่งให้เขาพอดี”
เมื่อครู่ที่โรงช่างไม้ อาสะใภ้สามเย่เห็นเย่เหล่าซานยังสวมรองเท้าพื้นหนาหลายชั้นที่เก่าไปแล้วตั้งแต่ตอนออกจากบ้าน นางจึงคิดจะซื้อรองเท้าฝ้ายให้เขาสักคู่
หากเป็นปีก่อน ๆ ก็คงจะเย็บให้เองที่บ้าน แต่ช่วงนี้นางต้องตามอาสะใภ้ใหญ่เย่ไปรับทำโต๊ะจีน แม้จะหาเวลาว่างมาเย็บได้ ก็คงต้องใช้เวลานานกว่าจะเสร็จ สู้ซื้อสำเร็จรูปมาง่าย ๆ ดีกว่า
ดังนั้นเมื่อครู่เห็นคู่ที่พอเหมาะจึงซื้อมาเลยทันที
