หัวหน้ามือปราบจางเห็นดังนั้นก็รีบกล่าวขึ้นว่า “ท่านหมอ เชิญตรวจบาดแผลให้พี่ใหญ่ผู้นี้อย่างละเอียด ใช้ยาเลิศที่สุดเถิด ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ข้าจะออกให้เอง!”
ชายแก่จางอุ้มหลานชายยืนอยู่ข้าง ๆ ยิ่งมองคิ้วก็ยิ่งขมวดแน่นเข้าไปอีก
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วเดินไปข้างอาสะใภ้รองเย่ถามว่า “พวกเจ้าเป็นญาติกันอย่างไร?”
อาสะใภ้รองเย่กำลังใจจดใจจ่อกับบาดแผลของเย่เหล่าต้าอยู่ พอได้ยินคำถามก็ตอบไปว่า “ผู้นั้นเป็นพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่ของบ้านข้า และอีกคนคือชิงเทียนลูกสาวพวกเขา”
“ผู้ใดถามเจ้าเรื่องนั้น ข้าถามว่ากับชายแก่คนนั้นเจ้าเป็นอะไรกันต่างหาก”
อาสะใภ้รองเย่จึงเพิ่งรู้ว่าเขาถามถึงหลี่ฝู
“เป็นอะไรกันหรือ?” อาสะใภ้รองเย่ไม่รู้จะเอ่ยอย่างไรดี คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบว่า “ก็พบกันที่ประตูซานไห่กวน นายของเขามีน้ำใจ พาพวกเราเข้าด่านด้วย จึงเดินทางมาด้วยกัน...ประมาณว่าอย่างนั้นแหละ...”
ชายแก่จางถามอีกว่า “เช่นนั้นเส้นทองเงิน ใครกันแน่ที่เป็นผู้ต้องการซื้อ?”
อาสะใภ้รองเย่ตอนนี้ปัญญาผุดวาบขึ้นมาทันใด รีบตอบทันทีว่า “เป็นข้าที่ต้องการซื้อ!”
แต่ชายแก่จางไม่เชื่อ “หากเป็นเจ้าต้องการซื้อ แล้วอีกฝ่ายจะกระตือรือร้นไปถึงเพียงนั้นทำไม?”
“จริง ๆ ข้ารับงานมา ต้องช่วยผู้อื่นปะกระโปรงตัวหนึ่ง” อาสะใภ้รองเย่รีบอธิบาย “ลุงหลี่เพียงแต่คิดจะช่วยเหลือข้าเท่านั้น”
ชายแก่จางสีหน้าจึงค่อยผ่อนคลายลง ถามว่า “ต้องใช้เท่าใด?”
“ไม่มากไม่มาก เส้นเงินต้องใช้หน่อยหนึ่ง ส่วนเส้นทองแค่เพียงนิดเดียวก็พอ!” อาสะใภ้รองเย่กะประมาณความยาวให้เขาดู “ท่านพอจะช่วยทำได้บ้างหรือไม่?”
