เนื่องจากของที่ต้องซื้อมีจำนวนมาก คาดว่าคงต้องรออยู่สักพัก อาสะใภ้ใหญ่เย่จึงไม่ได้อยู่ว่าง ให้นางหลินอวี้เหมยช่วยหาข้าวเหนียวมาล้างแช่น้ำไว้ จากนั้นก็พาอาสะใภ้สามเย่กับนางหลินอวี้เหมยช่วยกันเด็ดกลีบดอกเบญจมาศ
แล้วนำกลีบเบญจมาศที่เด็ดแล้วไปล้างด้วยน้ำอุ่น ผึ่งให้สะเด็ดน้ำบนกระด้งไม้ไผ่ นำไปวางไว้ที่นอกบ้านที่มีลมพัดให้แห้ง
ขณะนี้ข้าวเหนียวก็แช่น้ำได้ที่แล้ว นำขึ้นไปนึ่งให้สุก แล้วตักออกมากระจายใส่กะละมังไม้รอให้เย็น พออุณหภูมิไม่ร้อนมือแล้ว ก็ใส่กลีบเบญจมาศกับเชื้อเหล้าลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ลงในกะละมังไม้ใหญ่กดให้แน่น จากนั้นใช้นิ้วกดตรงกลางให้เป็นรู ใช้ผ้าสะอาดปิดไว้
นางหลินอวี้เหมยช่วยลงมือทำอยู่นาน
ต่อมาอีกคนหนึ่งก็เดินเข้ามาช่วยอย่างเงียบ ๆ
นางหลินอวี้เหมยเห็นนางไม่พูดจาก็ช่วยแนะนำให้อาสะใภ้ใหญ่เย่รู้จักว่า “นางโหยวเจ้าคะ นางชื่อเฟิงเยว่หยิง พูดจาไม่เก่ง เป็นคนเงียบขรึม แต่เรื่องทำงานรับรองว่าฝีมือเยี่ยม โดยเฉพาะฝีมือการหั่นนี่สุดยอดมากเจ้าคะ”
“ดี ข้ารู้แล้ว” การที่ดึงคนสองคนมาอยู่ข้างตนได้เร็วขนาดนี้ ทำให้อาสะใภ้ใหญ่เย่อารมณ์ดีไม่น้อย
ส่วนอีกสามคนที่เคยนินทาอยู่ตลอด ต่างพากันไปคุดคู้อยู่ที่มุมห้องซุบซิบกันไม่หยุด แล้วยังเหลียวมามองทางนี้ด้วยสายตาเหยียดหยามเป็นระยะ
อาสะใภ้ใหญ่เย่มีคนพอใช้ครบมือแล้ว จึงไม่สนใจพวกนาง
พอทำเหล้าเบญจมาศเสร็จก็วางไว้ข้าง ๆ รอให้หมัก บัดนี้ก็ล่วงเลยไปกว่าหนึ่งเค่อแล้ว
คนที่ไปซื้อของก็กลับมาแล้ว หลายคนช่วยกันหามของมากมายมายังครัว
แค่วัตถุดิบที่ใช้เคี่ยวซุปก็มีไก่หลายตัว เป็ดหนึ่งตัว ขาหมู แฮม กระเพาะหมู แม้แต่เลือดหมูเป็นต้น
เกี่ยวกับการเคี่ยวซุปมีคำกล่าวว่า ไม่มีไก่ก็ไม่หวาน ไม่มีเป็ดก็ไม่หอม ไม่มีกระเพาะก็ไม่ขาว ไม่มีขาก็ไม่เข้มข้น ไม่มีแฮมก็ไม่หอมกลมกล่อม
อยากทำหม้อไฟเบญจมาศ สิ่งสำคัญที่สุดคือคำว่า “สด”
ไม่เพียงซุปต้องสด วัตถุดิบที่ใช้ชุบก็ต้องสดใหม่ด้วย จึงจะอร่อย
หลังจากวางวัตถุดิบทั้งหมดลงบนเขียงแล้ว สามคนที่มุมห้องก็เริ่มซุบซิบกันอีกครั้ง
“ใครบ้านไหนเคี่ยวซุปกันขนาดนี้หรือ?”
