ยามนี้รุ่ยชินอ๋องกับฉินซงอิ้นกำลังสนทนากับผู้รับผิดชอบเหมืองทองอยู่ด้านนอกอุโมงค์เหมือง
เดิมทีฉินเฮ่อเซวียนติดตามอยู่ด้านหลังชิงเทียนมาตลอด ทว่าครู่ก่อนมีคนงานเหมืองกลุ่มหนึ่งเดินออกมา พอดีเบียดทั้งสองให้แยกจากกัน
ใครจะรู้ว่าชิงเทียนเพิ่งคลาดสายตาไปเพียงชั่วพริบตา เสียงร้องด้วยความหวาดกลัวของนางก็ดังมาจากในอุโมงค์เหมือง
ฉินเฮ่อเซวียนผลักคนงานเหมืองที่ขวางหน้าออก แล้วพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว
เขาไม่ทันถามว่าเกิดเรื่องใดขึ้น ครั้นเห็นชิงเทียนกุมศีรษะนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้น พลางร้องขอชีวิต ดวงตาก็แดงก่ำไปแล้ว
ฉินเฮ่อเซวียนเตะซ่านเหล่าต้าที่ขวางอยู่ตรงหน้าชิงเทียนจนกระเด็น ก่อนยื่นมือประคองไหล่นางไว้ ทั้งร้อนใจอย่างยิ่งแต่ยังฝืนข่มอารมณ์ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ชิงเทียน เกิดอะไรขึ้น? ผู้ใดรังแกเจ้า?”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง รุ่ยชินอ๋องก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาจากด้านนอก
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น ชิงเทียนเป็นอะไรไป?”
ผู้รับผิดชอบเหมืองทองตามเข้ามาติด ๆ เขาตวาดถามคนกว่าสิบคนในอุโมงค์เหมืองเสียงเข้ม “พวกเจ้าคนใดล่วงเกินองค์หญิง ยังไม่รีบออกมายอมรับผิดอีก!”
คนงานเหมืองได้ยินมาตั้งแต่เช้าตรู่ตอนมาทำงานแล้วว่า วันนี้รุ่ยชินอ๋องจะพาองค์หญิงมาเยี่ยมชมเหมืองทอง
เดิมทีเหมืองทองหุบเขาเจียผีกัวก็เป็นรุ่ยชินอ๋องที่นำคนมาสำรวจและขุดหาแร่ในอดีต ดังนั้นทุกคนจึงไม่รู้สึกแปลกใจที่ฮ่องเต้ส่งเขากลับมาตรวจเหมืองอีกครั้ง
มีเพียงบรรดาผู้บังคับบัญชาระดับสูงเท่านั้นที่รู้ว่า คราวนี้รุ่ยชินอ๋องตั้งใจมาจัดการพวกหนอนบ่อนไส้ในเหมืองทองโดยเฉพาะ
บัดนี้เรื่องวุ่นวายเพิ่งสงบลง ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปขวางทางปืน
คนงานเหมืองในอุโมงค์ต่างส่ายหน้าพร้อมกัน
“หัวหน้า พวกเรามิได้ล่วงเกินองค์หญิงจริง ๆ”
“ใช่แล้ว พวกเรากำลังตักแร่กันอยู่ข้างใน องค์หญิงเพิ่งเข้ามาเมื่อครู่นี้เอง”
“หรือในอุโมงค์จะมืดเกินไป พวกเราก็ทั้งดำทั้งเหม็น จึงทำให้องค์หญิงตกพระทัย?”
