นางหลิววันนี้ช่างโชคร้ายเสียจริง
พอตกบ่ายก็ไปถึงตัวเมือง กินอะไรเล็กน้อยแล้วก็ไปขายเนื้อลา
แต่เพราะนางหลิวตั้งราคาไว้สูงเกินไป ประกอบกับฝีมือการแล่เนื้อของหวังต้าหลงก็ไม่ชำนาญ หั่นออกมาไม่เป็นชิ้นเป็นอัน การขายจึงไม่ค่อยราบรื่นนัก
สุดท้ายนางหลิวจำใจต้องลดราคาขายทิ้ง ถึงจะจัดการเนื้อลาได้หมด
เรื่องนี้ทำเอานางหลิวหงุดหงิดใจอยู่แล้ว ใครจะรู้ว่านางเจียงมาหาแล้วบอกว่าต้องจับยาให้ชุนฮวา เงินไม่พอใช้
นางหลิวต่อว่านางเจียงไปพอสมควร แล้วก็จำใจให้เงินอีกสองร้อยอีแปะ
กว่าจะจับยาและซื้อของเสร็จกลับบ้านได้ ท้องฟ้าก็มืดแล้ว
หวังต้าหูเข็นเกวียนมาถึงจุดที่ลาล้มเมื่อเช้า อยู่ดี ๆ เท้าก็สะดุดอะไรบางอย่าง
เขาก้มลงมองดูดี ๆ เพิ่งจะเห็นว่ามีศพหลายร่างนอนระเกะระกะอยู่บนพื้น
หวังต้าหูตกใจจนลืมไปว่าตัวเองยังเข็นเกวียนอยู่ ร้องลั่นแล้วพุ่งตัวหนีไปทันที
ตัวเองหกล้มหัวทิ่มไม่พอ ยังทำให้ทั้งนางหลิวและหวังเจิ้งเป่าที่อยู่บนเกวียนกระเด็นตกไปอีก
โชคดีที่นางเจียงซึ่งแบกชุนฮวาเดินช้ากว่าพวกเขา กลับรอดพ้นภัยไปได้
นางหลิวยังไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ถูกกระแทกจนมึนหัวไปหมด เอวที่ปวดอยู่แล้วเหมือนจะหัก
นางหันขวับจะด่าเต็มปาก แต่ไม่คิดว่าจะไปเจอหน้ากับศพที่เต็มไปด้วยเลือด ตากลมโตเบิกค้าง
นางหลิวตกใจจนวิญญาณแทบหลุด สองตาหมุนแล้วสลบไป
ส่วนหวังต้าหูขาเคล็ด ไม่สามารถเข็นเกวียนต่อไปได้อีกแล้ว
นางเจียงทำได้เพียงวางชุนฮวาลงข้างทาง แล้วเดินมาลากนางหลิวที่บาดเจ็บไปไว้ข้าง ๆ ชุนฮวา จากนั้นก็ช่วยพยุงหวังต้าหูมา แล้วยังต้องปลอบหวังเจิ้งเป่าที่ร้องไห้ไม่หยุดจนหัวจะปวด
โชคดีที่ก่อนหน้าพวกเขามีคนพบเหตุการณ์บนถนนแล้ว รีบเข้าเมืองไปแจ้งความ
ดังนั้นนางหลิวเพิ่งจะฟื้น หัวหน้ามือปราบก็พามือปราบกว่าสิบนายควบม้ามาถึงอย่างรวดเร็ว
นางหลิวฟื้นขึ้นมา ได้กลิ่นคาวเลือดที่อบอวลอยู่ในอากาศ อดไม่ได้ที่จะพุ่งตัวไปอาเจียนที่ข้างทาง
ภายหลังแม้จะไม่มีอะไรให้อาเจียนแล้ว แต่กระเพาะก็ยังปั่นป่วนไม่หยุด
ส่วนคนจากศาลาว่าการเมืองที่มาถึง ไม่เพียงไม่สนใจครอบครัวของนางหลิว กลับยึดเกวียนของพวกเขาไปใช้เสียอีก
