เจียงหวานอยากขึ้นไปนอนบนเตียงให้รู้แล้วรู้รอด
แต่จะเข้าตึกก็ต้องเดินผ่านถนนสายแปะก๊วย
เธอจึงได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ เดินไปเคาะกระจก “ประธานฮัวคะ”
หัวหยานกำลังคุยโทรศัพท์กับพ่อแม่ อธิบายว่าทำไมถึงไม่ไปหังเฉิง เมื่อเห็นใบหน้าที่แนบเข้ามาใกล้กระจกจากด้านนอก เขาก็หัวเราะเบา ๆ “ไว้ตรุษจีนค่อยไปหังเฉิงนะครับ ผมไม่คุยกับพ่อแม่ต่อแล้ว ยังมีธุระต้องทำ”
วางสายแล้ว หัวหยานกดกระจกหน้าต่างลง ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้เหมือนกัน “ถ้าแนบเข้ามาอีก ฉันจูบเธอจริง ๆ นะ”
เจียงหวานตกใจจนถอยหลังไปสองก้าว “คุณหายป่วยแล้วเหรอคะ”
ถึงกับมีแรงมาแกล้งคนอื่นได้แล้ว
ที่จริงหัวหยานยังไม่หายดี ตอนบ่ายยังต้องให้น้ำเกลือแก้อักเสบไปสองขวด แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นเกือบหมดแล้ว
“ขึ้นรถ”
“ไม่ขึ้นแล้วค่ะ ดึกขนาดนี้ ฉันจะกลับบ้านไปอาบน้ำแล้วนอน พรุ่งนี้ยังมีประชุมประมูลโครงการอีกนะคะ”
“ประชุมประมูลก็ไม่ต้องให้เธอขึ้นเวทีสักหน่อย แล้วไม่ใช่ว่าเธออยากย้ายไปเอ็มวายเหรอ”
“หา?”
เจียงหวานคิดในใจว่าจบกันแล้ว หัวหยานรู้ได้ยังไง
การที่เจ้านายรู้ว่าตัวเองส่งใบสมัครไปบริษัทอื่นระหว่างยังทำงานอยู่ ก็แทบไม่ต่างจากการทรยศชาติ
“เจ้านายคะ ฟังฉันก่อน...” เธอรีบหาข้อแก้ตัว
“ฉันรู้จักกับประธานเอ็มวาย ถ้าเธออยากไปจริง ๆ ฉันแนะนำให้ก็ได้นะ”
น้ำเสียงของหัวหยานฟังดูไม่ค่อยดี เจียงหวานเลยไม่กล้ารับคำแนะนำจากเขา
“หรือไม่ก็ให้ฉันแนะนำเธอไปอยู่ทีมของหลี่เจ้าไห่ก็ได้ แต่เขาดูที่ผลงาน สองเดือนไม่มีดีลก็โดนคัดออก ถึงอย่างไรก็ดีกว่าเอ็มวาย เอ็มวายแค่เดือนเดียวไม่มีผลงานก็เริ่มกดดันแล้ว อีกอย่าง พวกเขาไม่คัดเลือกงานเหมือนหัวเสี่ย ขอแค่ทำเงินได้ ต่อให้งานขยะขนาดไหนก็เซ็นสัญญา”
