ร้านอาหารจีนระดับหรูแถวย่านสำนักงานกฎหมายเซิ่งเคอ ร้านเซียงหม่านโหลว
ห้องส่วนตัวทุกห้อง ยกเว้นห้องวีไอพีระดับสูงสุด ถูกคนจากสำนักงานกฎหมายเซิ่งเคอจองจนเต็ม
ภายในห้องส่วนตัวที่ร่วนชูถังนั่งอยู่
“ทนายร่วน ใจกว้างจังเลยนะคะ เลี้ยงกันที่ร้านเซียงหม่านโหลวเลย” ทนายสาวคนหนึ่งพูดพลางยิ้ม “ครั้งล่าสุดที่มาที่นี่ก็งานเลี้ยงประจำปีของสำนักงานเมื่อปีก่อน ตอนนั้นบอสใหญ่เป็นคนเลี้ยงค่ะ”
หยางเสี่ยวจิ้งยิ้มพลางหยอกล้อ “ทนายร่วนทั้งสาวทั้งเก่ง ดูท่าช่วงที่ทำงานมาหลายปีคงหาเงินได้ไม่น้อยเลยนะคะ สำนักงานเรามีพนักงานหลายแผนกรวมกันกว่าร้อยคน คืนนี้ทนายร่วนคงกระเป๋าฉีกแน่”
จางเทียนซินรับคำพร้อมรอยยิ้ม “ทนายร่วนมือเติบขนาดนี้เลยหรือครับ”
หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยเสียงประชดประชัน “แหม ทนายร่วน ไหวหรือคะ? ร้านเซียงหม่านโหลวคิดค่าอาหารเฉลี่ยคนละสองถึงสามร้อยหยวน ไหนจะเครื่องดื่มกับเหล้าอีก มื้อนี้คงกินเงินเดือนคุณไปสามเดือนเลยนะคะ ไม่ไหวก็เปลี่ยนร้านเถอะ อย่าฝืนทำเกินตัวเลย”
หญิงคนนั้นเป็นทนายจากแผนกคดีความ ชูถังจำชื่อเธอได้ เฉินหยางหยาง
ตั้งแต่แรกเห็นเฉินหยางหยางในวันแรกที่มาทำงาน ชูถังก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายมีหน้าตาเจ้าเล่ห์ใจแคบ ดูท่าความประทับใจแรกจะไม่ผิด เฉินหยางหยางเข้ากับคนยากจริง ๆ
ชูถังยิ้ม “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจ่ายไหว”
เฉินหยางหยางยังคงพูดจาประชดประชัน “แหม ดูท่าหัวหน้าหยางจะพูดไม่ผิดนะคะ ทนายร่วนหาเงินได้ไม่น้อยเลยนี่นา มีช่องทางทำเงินอะไร ก็บอกให้ทุกคนรู้บ้างสิคะ”
ชูถังตอบอย่างไม่รีบร้อน “จะมีช่องทางอะไรล่ะคะ พวกเราก็เป็นทนายกันทั้งนั้น ย่อมรู้กันดีอยู่แล้ว รับคดีใหญ่ก็ได้ค่าตอบแทนมากหน่อย คดีเล็กก็ได้น้อยหน่อย อีกอย่าง ฉันจะหาเงินได้มากเท่าทนายเฉินได้ยังไงคะ ทำงานมาสามปีแล้วยังไม่มีเงินซื้อรถดี ๆ สักคันเลย ได้ยินว่าคุณซื้อบ้านในเจียงเฉิงแล้วนี่คะ”
