ชูถังถามว่า “ให้ตระกูลเจียงรับสวี่จิ้งเซวียนมาเลี้ยงเหรอ?”
โจวเสวี่ยลั่วส่ายหน้า ขยับเข้ามาใกล้อีกนิดแล้วกระซิบว่า “ไม่ใช่แค่นั้น ตอนนั้นเธอยังบอกคุณนายเจียงด้วยว่า ต่อไปให้พี่สือซวี่แต่งงานกับสวี่จิ้งเซวียน”
พอได้ยิน ชูถังก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
“โห เรื่องนี้เด็ดขนาดนั้นเลยเหรอ?” เฉินหยวนหยวนขึ้นเสียง “เธอกล้าพูดออกมาได้ยังไงกัน!”
โจวเสวี่ยลั่วพูดว่า “หลังจากนั้นไม่รู้ว่าคุณนายเจียงพูดกับเธอยังไง พี่เลี้ยงคนนั้นถึงยอมรับวิธีตอบแทนบุญคุณด้วยการให้ตระกูลเจียงรับลูกสาวมาเลี้ยง”
เฉินหยวนหยวนเอ่ยอย่างดูแคลน “ก็จริง คุณนายเจียงมีลูกชายแค่คนเดียว จะยอมให้เขาแต่งงานกับลูกสาวพี่เลี้ยงได้ยังไง”
โจวเสวี่ยลั่วพูดว่า “ใช่แล้ว พี่สือซวี่เป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลเจียง ยังไงก็ไม่มีทางแต่งงานกับลูกสาวพี่เลี้ยงหรอก”
ชูถังจิบไวน์ผลไม้ พลางครุ่นคิด
พวกเธอคุยเรื่องซุบซิบกัน โดยไม่ทันสังเกตว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งยืนจ้องมองอยู่ไม่ไกลด้านหลัง แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาต
ชูถังดื่มไวน์ผลไม้ไปสองสามแก้ว แต่แอลกอฮอล์เจือจางมาก ไม่ทำให้เมา
หลังจากคุยกับเพื่อนสนิททั้งสองอยู่พักหนึ่ง ชูถังก็ลุกขึ้น “ฉันไปห้องน้ำแป๊บหนึ่งนะ”
ทางเดินด้านนอกห้องน้ำ
พอชูถังออกจากห้องน้ำ ก็ถูกผู้ชายสองคนขวางทางไว้
คนหนึ่งร่างกำยำ โกนหัวเกลี้ยง สวมเสื้อกล้ามสีดำ เผยให้เห็นรอยสักเต็มแขน
เขาผิวปากแล้วหัวเราะอย่างหื่นกระหาย “สาวสวย มาสนุกกับพี่หน่อยไหม หืม?”
