กู้จิ่งฝูฟังคำพูดของหลินจือแล้วก็ยิ้มยินดี พลางเลื่อนไข่หวานน้ำเชื่อมไปตรงหน้าหลินจือ
“ใช่ ๆ ซูซู ฟังพี่สาวเถอะ ไข่หวานน้ำเชื่อมนี่เป็นเมนูถนัดของพ่อครัวใหญ่เลยนะ
ลองชิมดูสิ”
เห็นหลินซูไม่หม่นหมองอีกต่อไป หลินจือจึงตักไข่หวานน้ำเชื่อมเข้าปากหนึ่งคำ เนื้อไข่หอมหวานไหลลื่นลงท้อง
รู้สึกสบายไปทั้งตัว ถ้าได้กินไข่หวานน้ำเชื่อมสักถ้วยหลังอาหารทุกวัน
บนโลกนี้ก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว
พอกินกันจนอิ่มเอม กู้จิ่งฝูก็ห่อกับข้าวที่เหลือใส่กล่องข้าวของหลินจือกับหลินซู
ทั้งสามแยกกันตรงใต้ตึกแฟลตคนงาน พอกลับถึงบ้านก็ถึงเวลาเข้านอนแล้ว
แต่คนตระกูลหลินยังนั่งอยู่ในห้องรับแขก ไม่มีท่าทีว่าจะกลับเข้าห้องไปนอน
พอเห็นพวกเธอกลับมา จ้าวซิ่วเหลียนก็ทำหน้าบึ้งตึง
ส่วนหลินเจี้ยนกั๋วกลับยิ้มหน้าบาน พอเห็นสองพี่น้องก็โบกมือเรียก
“ซูซู จือจือ มานั่งนี่สิ!”
หลินซูจูงมือหลินจือไปนั่งตรงหน้าหลินเจี้ยนกั๋ว
“พ่อคะ ป้าจ้าว ทำไมยังไม่นอนกันอีก?”
จ้าวซิ่วเหลียนเหลือบตามองแล้วพูดกระแนะกระแหน
“จะนอนได้ยังไง? ผู้มีคุณูปการของบ้านเรายังไม่มาเลยนี่”
หลินลี่เซี่ยที่อยู่ข้าง ๆ รีบพูดเสริม
“จือจือ ซูซู ตอนนี้ทั้งโรงงานลือกันให้แซ่ดว่า ปัญหาเครื่องจักรวันนี้เป็นจือจือแก้ได้
แถวตึกแฟลตคนงานก็รู้กันทั่วแล้ว ทุกคนพูดกันว่าตระกูลหลินเลี้ยงลูกสาวได้ดีจริง ๆ
ใคร ๆ ก็อิจฉาอารองกับอาสะใภ้รองกันทั้งนั้น จือจือ เธอเก่งมากเลย!
ในเมื่อเธอทำได้ ทำไมไม่ช่วยพี่เว่ยหมินล่ะ?
อารองกับอาสะใภ้รองกลุ้มเรื่องที่พี่เว่ยหมินจะต้องลงชนบทจนนอนไม่หลับ
โอกาสดี ๆ แบบนี้ ทำไมต้องยกให้คนนอกด้วย?
