บ้านของหลินเจี้ยนกั๋วมีอยู่สองห้อง ภายในปูเตียงเตาดินไว้ทั้งหมด ไม่มีเตียงแบบทั่วไป
พอดีว่าหลินเจี้ยนกั๋วนอนกับพวกลูกชาย ส่วนจ้าวซิ่วเหลียนนอนกับหลินจือและหลินซู
หลังล้างเท้าเสร็จ หลินเจี้ยนกั๋วก็ตรงไปห้องของพ่อแม่ทันที
จ้าวซิ่วเหลียนมองแผ่นหลังของหลินเจี้ยนกั๋วแล้วเบ้ปาก โตป่านนี้แล้ว ทุกครั้งที่กลับมาก็ยังต้องไปนอนกับพ่อแม่หนึ่งคืนถึงจะสบายใจ
จ้าวซิ่วเหลียนไม่ได้สนใจหลินเจี้ยนกั๋ว คอยดูแลหลินเว่ยหมินกับหลินเป่าจนหลับเรียบร้อยแล้ว ถึงค่อยกลับมานอน
หลินเจี้ยนกั๋วเดินไปถึงหน้าห้องของพ่อเฒ่าหลินกับแม่เฒ่าหลิน เคาะประตูแล้วเดินเข้าไป
แม่เฒ่าหลินชี้ไปที่เครื่องนอนของหลินเจี้ยนกั๋ว “ปูที่นอนให้แล้ว ทุกครั้งที่กลับมาก็ต้องมานอนบ้านเราหนึ่งคืน
ทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโตจริง ๆ”
หลินเจี้ยนกั๋วเองก็รู้สึกกระดากใจอยู่บ้าง ที่จริงเขาแค่อยากคุยกับพ่อแม่
“พ่อ แม่ ก็คิดถึงพวกท่านน่ะสิ!”
ทั้งสามคนเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่ม พอดับตะเกียงน้ำมันแล้ว หลินเจี้ยนกั๋วก็มองเพดาน เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงนี้ให้ฟังทีละเรื่อง
“พ่อ แม่ ผมไม่คิดเลยว่าวันนั้นหลินเว่ยหมินจะพูดอะไรแบบนั้นออกมา
ตอนนั้นผมเสียใจมากจริง ๆ
หลายปีมานี้ ผมดีกับเขายิ่งกว่าลูกแท้ ๆ ของตัวเองเสียอีก แต่สุดท้ายก็ยังเลี้ยงไม่เชื่อง”
แม่เฒ่าหลินถีบเท้าลูกชายคนเล็กแรง ๆ สีหน้าไม่พอใจ
“แม่บอกตั้งนานแล้ว แต่แกก็ไม่ยอมเชื่อ เมียแกน่ะให้ความสำคัญกับการเรียนของหลินเว่ยหมินเหลือเกิน
