หลินจือมองแผ่นหลังของทุกคนพลางกำชับว่า
“เดี๋ยวตอนค้นบ้าน พวกคุณก็ให้ความร่วมมือไป แล้วคอยสังเกตด้วยว่าตอนค้นไม่เจอของ ใครบ้างที่มีท่าทีผิดปกติ ใครดูน่าสงสัย
ถ้ามีคนคิดจะเล่นงานตระกูลหลินให้ถึงตาย เราก็ต้องรู้ให้ทัน”
ทุกคนพยักหน้าแล้วเดินออกไป
ในห้องเหลือเพียงหลินจือ
พอเห็นว่าทุกคนออกไปหมดแล้ว เธอก็แตะหีบทั้งสามใบ ก่อนจะเก็บของทั้งหมดเข้าไปในมิติด้วยความคิดเพียงวูบเดียว
จากนั้นเธอตรวจดูในห้องอีกรอบ จนแน่ใจว่าไม่เหลือร่องรอยแม้แต่น้อย
เธอจึงหันไปเปิดหน้าต่าง แล้วเห็นว่ายังมีคนเฝ้าอยู่ข้างล่างหลายคน
ฉวยจังหวะที่คนพวกนั้นไม่ทันสังเกต เธอก็หันหลังแล้วกระโดดไปยังขอบหน้าต่างชั้นสาม จากนั้นดีดตัวขึ้นไปบนหลังคา
เธอย่อตัวค่อย ๆ คลานไปยังมุมหนึ่งบนดาดฟ้าของตึกพักรวม
แล้วปีนลงจากอีกด้าน ก่อนจะลงมายืนบนถนนด้านหลังได้อย่างมั่นคง
ที่จริงเธอจะอยู่ในห้องต่อก็ได้ แต่ไม่อยากข้องเกี่ยวกับคนของคณะกรรมการปฏิวัติพวกนั้น
ต่อให้เป็นฝ่ายถูก พวกเขาก็ยังทำให้กลายเป็นฝ่ายผิดได้ ไม่จำเป็นต้องไปหาเรื่องใส่ตัว
ปล่อยห้องว่างไว้ให้พวกเขาค้นดีกว่า อย่างน้อยถ้าถือไพ่เหนือกว่าไว้ในมือ ก็ปลอดภัยกว่า
หลินจือเพิ่งปีนลงมาได้ไม่นาน ทางฝั่งตระกูลหลิน คนจากคณะกรรมการปฏิวัติกับหน่วยรักษาความปลอดภัยของโรงงานก็ผลักประตูบุกเข้ามาแล้ว
ชายที่เป็นหัวหน้ายืนเอามือไพล่หลังอยู่กลางห้องรับแขก เอ่ยถามหลินเจี้ยนกั๋วทันทีว่า
“พวกเราได้รับแจ้งว่าตระกูลหลินซุกซ่อนชิ้นส่วนแกนสำคัญของเครื่องจักรที่หายไปจากโรงงานช่างกล รีบเอาของออกมา แล้วรับผิดเสียแต่โดยดี แบบนี้ยังพอผ่อนหนักเป็นเบาได้
