หลินจือพูดจบก็แอบสังเกตเซี่ยไป๋กับหลินลี่เซี่ยอย่างเงียบ ๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินจือ เซี่ยไป๋ก็ยิ้มอย่างสุภาพอ่อนโยน ยกแก้วขึ้นคารวะหลินจือเล็กน้อย
“ขอบใจเธอกับเสี่ยวเป่ามากนะ ถ้าที่บ้านมีธุระก็ไปจัดการเถอะ ต่อไปเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ไม่ต้องเกรงใจกันขนาดนี้หรอก”
หลินลี่เซี่ยยืนอยู่ข้างเขา ฝืนยิ้มเล็กน้อย เครื่องสำอางเจ้าสาววันนี้บดบังใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง
เธอไม่พูดอะไรอยู่นาน เพียงพยักหน้าให้หลินจือ
หลินจือพอจะเข้าใจแล้ว เซี่ยไป๋เป็นคนเจนจัด ไม่เผยพิรุธออกมาเลยสักนิด
ส่วนหลินลี่เซี่ย ดูท่าเธอจะรู้เรื่องอยู่แล้ว
หลินจือวางถ้วยชาในมือลง แล้วมองเซี่ยไป๋พลางกล่าวว่า
“พี่เขย ของขวัญชิ้นนี้ใหญ่ไปหน่อยนะ ทำเอาคนที่บ้านฉันตกใจหมดแล้ว
มีให้ก็ต้องมีตอบแทน ช่วงนี้ฉันก็ว่าจะเตรียมของขวัญให้พี่สักชิ้น แบบนี้ถึงจะถือว่าเราหายกัน ไม่ใช่เหรอ
ฉันเคยบอกแล้วว่าอย่ามายุ่งกับฉัน ต่างคนต่างอยู่ก็พอ
แต่ในเมื่อพี่ทำเรื่องนี้ไปแล้ว อย่างน้อยก็ควรให้คำอธิบายกันหน่อย ไม่ใช่หรือ?”
เซี่ยไป๋ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนกลับมายิ้มอย่างสุภาพอ่อนโยนดังเดิม แล้วพาหลินลี่เซี่ยไปยังโต๊ะถัดไป
หลินจือกับหลินเป่ากินข้าวเสร็จก็กลับบ้าน ทุกอย่างยังคงเงียบสงบเหมือนก่อนออกไป
ดูท่าทุกคนคงหลับไปหมดแล้ว
วันรุ่งขึ้น หลินจือตื่นแต่เช้า เมื่อคืนเธอเข้านอนตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน จึงตื่นเสียก่อน
ตอนยืดเส้นยืดสายเดินออกมา จ้าวซิ่วเหลียนกับหลินซูยังไม่ตื่น
