บทที่ 4 ที่ฉันจี้ไป๋มีวันนี้ได้ ล้วนเป็นเพราะการบ่มเพาะของผู้อำนวยการ!
หน้าโรงเรียน 99
จี้ไป๋เพิ่งเลี้ยวหัวมุมถนน ก็เห็นป้ายผ้าสีแดงตัวอักษรสีเหลืองผืนใหญ่แต่ไกล บนนั้นเขียนชื่อของเขาเด่นหรา
เขาเท้าไถลไปหน่อย เกือบทั้งคนทั้งรถกลิ้งตกคูน้ำข้างทาง
“เว่อร์ไปมั้ย…”
เขาบ่นพึมพำ แล้วทำหน้าหนา ๆ ปั่นรถไปถึงหน้าโรงเรียน
รถยังไม่ทันจอดสนิทดี ร่างที่คุ้นเคยร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาราวกับสายลม
“จี้ไป๋!!!”
เสียงของหลี่เหม่ยอาจารย์ประจำชั้น ดังยิ่งกว่าระฆังเก่า ๆ ของโรงเรียน ใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาเป็นประกายแบบที่จี้ไป๋ไม่เคยเห็นมาก่อน
ประกายแบบ “สอนห้องแย่ ๆ มายี่สิบปี ในที่สุดก็สอนออกมาเป็นเตี๊ยวซาเล้งระดับเมืองได้ ชาตินี้ฉันไม่เสียชาติเกิดแล้ว” มันส่องสว่างยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่อีก
“มา มา มา จี้ไป๋ เข้ามาเร็ว! ผู้อำนวยการรอแกตั้งนานแล้ว!”
อาจารย์หลี่จับแขนของจี้ไป๋ไว้แน่น ท่าทางราวกับกลัวเขาจะวิ่งหนี แล้วรีบพาเขาเดินลิ่วเข้าไปในอาคารเรียน
ในทางเดิน ครูทุกวิชาก็มารอตั้งนานแล้ว
ครูคณิตศาสตร์ที่เมื่อวานยังบ่นในกรุ๊ปแชทว่าเขาใช้วิชาในคาบนอนหลับและสอบแบบไม่เขียนอะไรเลย เป็นคนแรกที่พุ่งเข้ามา ตบบ่าของเขาอย่างเป็นมิตร:
“จี้ไป๋! ครูว่าแต่แรกแล้วว่าเธอน่ะไม่ใช่เด็กธรรมดา! ที่นอนในคาบน่ะ เพราะเธอรู้หมดแล้ว ไม่สนใจจะฟังต่างหาก! ฉลาดแบบเก็บงำไว้ไง!”
ครูภาษาไทยดันแว่น ยิ้มจนหน้าเหี่ยวย่นไปหมด: “ครูก็ว่าที่เธอเขียนตามคำบอกว่า ‘ฤดูใบไม้ผลิไม่อาบน้ำ’ น่ะมันมีความคิดสร้างสรรค์! ไม่ถูกจำกัดอยู่ในกรอบ! สมกับเป็นเนื้อคู่ของเตี๊ยวซาเล้ง!”
ครูภาษาอังกฤษถือกระติกน้ำชาเดินเข้ามาใกล้: “อนาคตกลับมาเยี่ยมโรงเรียนอย่าลืมครูด้วยนะ! ตอนนั้นครูไม่ได้เรียกเธอให้ตอบคำถามน้อยเลยนะ ฝึกคุณสมบัติทางใจให้เธอ!”
ครูกลุ่มใหญ่ล้อมรอบจี้ไป๋เอาใจใส่ถามไถ่ กระตือรือร้นเป็นที่สุด
ล้อเล่นหรือไง! นี่มันเตี๊ยวซาเล้งระดับเมืองนะ!
สอนนักเรียนเตี๊ยวซาเล้งออกมาคนนึง นอกจากชื่อเสียงจะดูดีแล้ว เงินรางวัลจากสำนักการศึกษา เงินตอบแทนจากโรงเรียน รวมกันแล้วเทียบเท่าเงินเดือนครึ่งปีของพวกเขา!
ตอนนี้จี้ไป๋ก็คือตู้เอทีเอ็มมีชีวิต เป็นเนื้อสันในของบรรดาครูทั้งหลาย
ผู้อำนวยการหวังออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง จับมือของจี้ไป๋ไว้แน่น เชิญเข้าไปในสำนักงาน:
“เพื่อนนักเรียนจี้ไป๋! เชิญเข้ามานั่งได้แล้ว! จะดื่มชาหรือน้ำเปล่าดี?”
“อะไรก็ได้ครับ อะไรก็ได้ ท่านผู้อำนวยการอย่าเกรงใจเลย” จี้ไป๋นั่งลงอย่างสบายอารมณ์
ทั้งสองพูดคุยทักทายเรื่องสภาพอากาศเล็กน้อย ผู้อำนวยการหวังยกถ้วยชาขึ้น จิบพลางถามอย่างเป็นกันเอง:
“จี้ไป๋ พูดตามจริงนะ ถึงตอนนี้ผู้อำนวยการก็ยังรู้สึกเหมือนฝันเลย ปกติเธอสอบจำลองก็ได้แค่สามร้อยกว่าคะแนนเอง ทำไมจู่ ๆ สอบแกโอถึงระเบิดฟอร์มได้ล่ะ? ก่อนหน้านี้จงใจเก็บงำเอาไว้หรือเปล่า?”
จี้ไป๋เพิ่งดื่มโค้กเข้าไปหนึ่งอึก เขาวางมันลง โบกมือ สีหน้าแลดูล่องลอยเหมือนสายลมบางเบา:
“เฮ้ ก็ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ปกติขี้เกียจจะสอบจริงจังก็เท่านั้น ข้อสอบพวกนั้นจริง ๆ แล้วผมก็ทำได้หมด แต่ก็แค่คิดว่าถ้าสอบได้คะแนนสูงเกินไปมันจะอวดเก่งเกินไปน่ะ เคยชินกับการทำตัวสมถะน่ะครับ”
“ครั้งนี้ก็คือสอบแกโอ สะบัดมือทำไปหน่อยนึง ไม่คิดว่าจะได้ออกมาเจ็ดร้อยกว่าคะแนน ก็เป็นเรื่องปกติของผม เป็นเรื่องปกติ”
รอยยิ้มบนใบหน้าผู้อำนวยการหวังแข็งค้างทันที มุมปากกระตุกนิดหน่อย วางถ้วยชาลง แล้วถอนหายใจอย่างแสร้งทำเป็นเสียดาย:
“งั้นรึ? งี้นี่เอง”
“เดิมทีนะ ทางโรงเรียนเห็นว่าครอบครัวของเธอมีสถานการณ์พิเศษ เลยจัดเตรียมทุนการศึกษาจำนวนหนึ่งแสนหยวนไว้ให้เธอโดยเฉพาะ เป็นค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยและค่าครองชีพ"
“ในเมื่อเพื่อนนักเรียนจี้เก่งกาจขนาดนี้ ดูท่าคงไม่ต้องใช้เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้แล้ว จริงไหม ก็เปรียบเสมือนเซียน สถานที่ไหนเขาก็เปล่งประกายได้ก็จริง”
มือที่ถือแก้วโค้กของจี้ไป๋ชะงักกึก
หนึ่งแสน?
“หา? ท่านผู้อำนวยการพูดว่าอะไรนะครับ? ลมแรงไปหน่อยผมฟังไม่ชัด เมื่อกี้ท่านพูดอีกทีสิครับ?”
ผู้อำนวยการหวังช้า ๆ จิบน้ำชาไปหนึ่งอึก: “ฉันบอกว่า เดิมทีทางโรงเรียนเตรียมทุนการศึกษาจำนวนหนึ่งแสนหยวนไว้ให้เธอ”
“ไม่ใช่ประโยคนี้ครับ! ประโยคก่อนหน้านี้!”
“ประโยคก่อนหน้านี้? ฉันถามเธอว่า จู่ ๆ สอบได้คะแนนดีขนาดนี้ได้ยังไง”
จี้ไป๋วางแก้วโค้กลงบนโต๊ะ “เพี้ยะ” เบา ๆ นั่งตัวตรง ใบหน้าเคร่งขรึมอย่างมาก น้ำเสียงนั่นเรียกว่าจริงใจยิ่งกว่าอะไร:
“ท่านผู้อำนวยการครับ! ท่านพูดยังงี้ได้! ที่ผมสอบได้ดีแบบนี้ ก็ล้วนเพราะท่านเป็นผู้นำที่ชาญฉลาดต่างหาก! บรรยากาศของโรงเรียนเราดี เรื่องเรียนก็เข้มข้น!”
“อีกทั้งยังมีครูทุกวิชาทุ่มเทแรงกายแรงใจ อบรมสั่งสอนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย! หากปราศจากเหล่าคุณครูที่ทุ่มเททั้งกลางวันกลางคืน แล้ววันนี้ผมจะมีผลการเรียนแบบนี้ได้ยังไง!”
“ผมก็แค่นักเรียนธรรมดาคนหนึ่ง ล้วนพึ่งพาการบ่มเพาะของโรงเรียน ล้วนพึ่งพาท่านผู้อำนวยการและเหล่าคุณครูที่นำทาง!”
“หากไม่มีโรงเรียน 99 ก็ไม่มีวันนี้ของผมจี้ไป๋!”
คำพูดพวกนี้เรียกได้ว่าหนักแน่น จริงใจและน่าประทับใจยิ่งนัก
ผู้อำนวยการหวังยิ้มออกมาในทันใด ใบหน้าเหี่ยวย่นของเขาเบ่งบานราวกับดอกเบญจมาศ:
“ฉันชอบความจริงใจของเด็กคนนี้จริง ๆ! วางใจ! ทุนการศึกษาหนึ่งแสนหยวน จะไม่ขาดสักแดงเดียวหรอก เดี๋ยวก็ให้ฝ่ายการเงินโอนเข้าบัญชีธนาคารของเธอ”
จี้ไป๋ก็ยิ้มเช่นกัน ตบอกรับประกัน: "ท่านผู้อำนวยการวางใจเถอะ! ต่อไปไม่ว่าผู้นำจากสำนักการศึกษาจะมาสัมภาษณ์ หรือสถานีโทรทัศน์จะมาบันทึกเทป ต่อให้ใครถามผมก็จะพูดอย่างนี้แหละ!”
“ที่ผมจี้ไป๋มีวันนี้ได้ ล้วนพึ่งพาการนำของท่านผู้อำนวยการ ล้วนพึ่งพาการสอนของอาจารย์ ล้วนพึ่งพาการบ่มเพาะของโรงเรียน! ไม่ผิดไปสักครึ่งคำเลย!”
ภายในสำนักงานบรรยากาศกลมเกลียวกันยิ่ง ผู้อำนวยการหวังยิ้มจนปากหุบไม่ลง ยิ่งมองจี้ไป๋ยิ่งถูกใจ
เขาเหลือบมองนาฬิกาแขวนที่ผนัง ใกล้ถึงเวลาพักระหว่างคาบแล้วพอดี จึงเอ่ยปากว่า:
“จี้ไป๋ พอดีอีกเดี๋ยวก็จะถึงช่วงพักระหว่างคาบ นักเรียนและครูทั้งโรงเรียนอยู่ที่สนามกีฬา”
“สนใจจะขึ้นไปบนเวทีพูดกับรุ่นน้องรุ่นนุ่งสักสองสามประโยคไหม? ถ่ายทอดประสบการณ์การเรียนของเธอ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเด็ก ๆ หน่อย?”
ดวงตาของจี้ไป๋เป็นประกาย
คนทั้งโรงเรียนเป็นพันคน คลื่นค่าตะลึงนี้คงกดกันไม่ทันจนระเบิดเลยไม่ใช่เหรอ?
เขาพยักหน้าทันที: “ไม่มีปัญหาครับผู้อำนวยการ! ผมฟังตามที่ท่านจัดแจง!”
ผู้อำนวยการหวังดีใจเป็นอันมาก โดยไม่พูดพร่ำทำเพลงก็เดินไปที่ห้องกระจายเสียง คว้าไมโครโฟนกระจายเสียง เสียงตื่นเต้นดังก้องไปทั่วทั้งโรงเรียน:
“นักเรียนและครูทุกคนโปรดทราบ! นักเรียนและครูทุกคนโปรดทราบ!”
“รีบไปรวมตัวที่สนามกีฬาทันที! รีบไปรวมตัวที่สนามกีฬาทันที!”
“วันนี้! คือวันอันทรงเกียรติสูงสุดของโรงเรียน 99 นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนมา 30 ปี!”
“พวกเรา! ผลิตเตี๊ยวซาเล้งได้แล้ว! เตี๊ยวซาเล้งสาขาวิทยาศาสตร์ของเมืองฝู่ชุน! เป็นอันดับที่หกของทั้งมณฑล! เพื่อนนักเรียนจี้ไป๋!”
“วันนี้! เรามามอบเสียงปรบมืออันอบอุ่นที่สุด! ต้อนรับรุ่นพี่เตี๊ยวซาเล้ง! มาแบ่งปันเคล็ดลับการเรียนของเขา!”
“นี่แสดงให้เห็นอะไร? แสดงว่าคุณครูของโรงเรียน 99 ของเราไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร! นักเรียนของเราก็ไม่ได้โง่ไปกว่าใคร! ขอแค่ขยัน ไม่ว่าจะโรงเรียนมัธยมทดลองอะไรก็ดี หรือโรงเรียนในเครือของมหาวิทยาลัยครู หรือโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่ง ล้วนโค่นลงได้ทั้งหมด!”
ผู้อำนวยการหวังปล่อยตัวเต็มที่แล้ว รองผู้อำนวยการที่อยู่ข้าง ๆ ทำตาขยิบให้เขาอย่างหนักหน่วง หมายความว่า “ท่านผู้อำนวยการพูดเกินไปแล้ว หยุดหน่อยก็ดี” แต่ผู้อำนวยการหวังไม่สนใจเลย ยิ่งพูดยิ่งได้ใจ
ตั้งแต่ประวัติการก่อตั้งโรงเรียน ไปจนถึงแนวคิดด้านการศึกษาของเขา
ที่สนามกีฬา นักเรียนนับพันคนได้เข้าแถวตามระดับชั้นแล้ว
เมื่อได้ยินคำพูดในเสียงตามสาย ทุกคนก็อึ้งไปหมด
“เป็นเตี๊ยวซาเล้งจริง ๆ เหรอ? ป้ายผ้าไม่ได้แขวนผิดหรือไง?”
“โรงเรียนเราผลิตเตี๊ยวซาเล้งได้? เมื่อวานฉันยังบ่นกับแม่เลยว่าโรงเรียนพัง ๆ นี้สอบติดมหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรียังลำบาก...”
“เขาสอบได้ยังไง?? โกงหรือเปล่า??”
“โง่รึไง สอบแกโอโกงแล้วจะได้อันดับหกทั้งมณฑล?”
เสียงโหวกเหวกฮือฮา เสียงวิพากษ์วิจารณ์ เสียงอุทานด้วยความไม่อยากเชื่อ ดังแทรกขึ้นมาไม่ขาดสายท่ามกลางฝูงชน
ณ วินาทีนี้ จี้ไป๋ยืนอยู่ด้านข้างห้องกระจายเสียง ฟังผู้อำนวยการหวังถือไมโครโฟนพัดพาเขาขึ้นไปจนสูงส่งเกินจริง
“สามปีที่แล้วสอบเข้าเรียนต่อ ม.ปลาย ได้ไม่ถึงสามร้อยคะแนน สามปีพลิกชะตากลายเป็นเตี๊ยวซาเล้งสาขาวิทยาศาสตร์ระดับเมือง!”
“พรสวรรค์โดดเด่น มุมานะขยัน เป็นความภาคภูมิใจของโรงเรียน 99 นับตั้งแต่ก่อตั้งมา!”
“นักเรียนเช่นนี้ คือแบบอย่างของเด็ก ๆ ทุกคนของเรา!”
จี้ไป๋ต่อให้หน้าหนาแค่ไหนก็คุมไม่อยู่บ้างแล้ว
ท่านอาเฒ่าหวัง พอได้แล้วมั้ง! โม้จนผมเกือบเชื่อตัวเองแล้ว!
แต่คำพูดก็ปล่อยออกไปแล้ว สายตาหลายพันคู่ของทั้งโรงเรียนจับจ้องที่แท่นพิธี แม้อยากจะแก้ตัวก็สายเกินไป
จะพูดอะไรดีล่ะ?
หางตาของจี้ไป๋กวาดไปเห็นกีตาร์ไม้ที่วางพิงมุมห้องกระจายเสียงซึ่งเต็มไปด้วยฝุ่น ดวงตาก็เปล่งประกายทันที
ได้เรื่องแล้ว!