ครึ่งปีก่อน ไป๋เหยาเดินฝ่าหมอกหนาทึบในยามพลบค่ำ ก่อนจะก้าวเข้าสู่เมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่าเมืองเป่ยจีแห่งนี้
อาจเป็นเพราะสถานที่แห่งนี้ห่างไกลเกินไป เธอจึงหาเมืองนี้ไม่เจอในโทรศัพท์ ระบบนำทางก็ใช้การไม่ได้ พอก้าวเข้ามาในเมือง เธอก็หลงทางทันที
ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า รัตติกาลคืบคลานเข้ามา ในเมืองที่เงียบสงัดไม่มีคนแม้แต่เงาเดียว เธอไม่มีแม้แต่คนให้ถามทาง ท้องฟ้ามืดลงทุกที เธอจึงได้แต่คิดว่าจะหาโรงแรมพักสักคืนก่อนแล้วค่อยว่ากัน
เธอเดินไปตามถนน ผ่านบ้านสีขาวหลังหนึ่ง แล้วก็ได้ยินเสียงซู่ซ่าดังมาจากข้างใน
ไป๋เหยาหยุดฝีเท้า มองไปตามทิศทางของเสียง แล้วสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างขยับอยู่ในพุ่มกุหลาบหนามอีกฝั่งของรั้วสีขาว เธอคิดว่าคงมีสัตว์ตัวเล็กติดอยู่ข้างใน จึงย่อตัวลงหมายจะช่วย
ไป๋เหยาเอื้อมมือไปทางพุ่มดอกไม้ ทว่าไม่ทันระวัง มือที่พุ่งออกมาจากข้างในก็คว้าตัวเธอไว้
พุ่มหนามค่อย ๆ ถูกแหวกออก ร่างของชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนพื้นก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืด
เขาสวมชุดดำทั้งตัว ผมสีดำยาวปรกดวงตาเล็กน้อย ใต้ตาคล้ำทั้งสองข้างยิ่งขับให้ผิวหน้าดูซีดขาวไร้เลือดฝาด ดวงตาของเขาก็ดำสนิทเกินธรรมดา เขานั่งนิ่งอยู่ในพุ่มหนาม จ้องมองเธอผ่านรั้ว
ในธรรมชาติ มีสัตว์มากมายที่เป็นแบบเขา เมื่อพบเหยื่อก็ไม่รีบพุ่งเข้าไปใช้กรงเล็บฉีกร่างอันบอบบางของเหยื่อ แต่จะค่อย ๆ คิดว่าควรลงมือจากตรงไหน จึงจะได้ลิ้มรสส่วนที่อร่อยที่สุดเป็นคำแรก
