ไป๋เหยาพูดว่า “กลับกันเถอะ”
หลูเชิงกำชายเสื้อตัวเองแน่น แล้วตอบเสียงอู้อี้ว่า “ครับ”
ระหว่างทางกลับ หลูเชิงไม่ได้จูงมือไป๋เหยา ปกติต่อหน้าเธอเขามักทำตัวร่าเริง มองโลกในแง่ดี แต่ตอนนี้กลับก้มหน้าอยู่ตลอด แม้ไป๋เหยาจะพูดอะไร เขาก็ยังยิ้มตอบรับ ทว่าเขาอาจไม่รู้ตัวว่ารอยยิ้มของตัวเองตอนนี้ดูฝืนเพียงใด
พอมาถึงหน้าบ้าน ไป๋เหยาก็ยิ้มหวานพลางพูดว่า “วันนี้ได้เดินเล่นกับคุณแล้วมีความสุขมาก คราวหน้าเราไปเดินเล่นด้วยกันอีกนะ”
หลูเชิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาดำสนิทจับจ้องเธอเงียบ ๆ
ไป๋เหยากลอกตาไปมา รอยยิ้มมีแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาเล็กน้อย เธอก้าวไปข้างหน้าสองก้าว ยื่นมือไปประคองใบหน้าเขา แล้วเขย่งปลายเท้าจูบที่มุมปากของเขาเบา ๆ จากนั้นก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก่อนโบกมือให้เขาอย่างสำรวม “หลูเชิง แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ”
เธอหันหลังเดินเข้าบ้าน แล้วปิดประตูใหญ่
ราตรีเงียบสงัด มีเพียงเสียงแมลงร้องให้ได้ยิน
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งยืนนิ่งอยู่หน้าประตูเป็นเวลานาน จนกระทั่งสมองกลับมาทำงานอีกครั้ง เขาจึงยกมือขึ้นแตะมุมปากอย่างเชื่องช้า สัมผัสตรงนั้นยังคงอยู่ เตือนให้รู้ว่านี่ไม่ใช่ภาพลวงตา
แววตาของเขาพลันสว่างไสวราวกับมีแสงเจิดจ้าส่องออกมา “แปะ” เขายกมือทั้งสองข้างปิดหน้า แล้วทรุดนั่งยอง ๆ ลงกับพื้น
สิ่งเดียวที่มองเห็นคือใบหูซึ่งถูกผมสีส้มปรกไว้เล็กน้อย แดงก่ำอย่างเหลือเชื่อ
พวกสิ่งประหลาดที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดเบิกตากว้าง ก่อนจะพากันกระซิบกระซาบ
“เขาเป็นอะไรไปน่ะ?”
“โดนแฟนสาวจูบเข้าให้ เลยเขินหรือเปล่า?”
“เขาเป็นเด็กประถมหรือไง? แค่จูบกันเองนะ อายุเขาก็มากพอจะใช้ถุงยางได้ตั้งนานแล้ว”
“เฮ้ย พอได้แล้ว ร่างเขาตื่นเต้นจนแตกออกมาแล้ว!”
——
ในวิชาเลือกคาบนี้ พวกนักศึกษาที่ไม่มีความทะเยอทะยานก็ยังแอบเล่นมือถือในห้องเรียนเหมือนเคย
