วันรุ่งขึ้น ตั้งแต่เช้าตรู่ ข่าวลือเรื่องนักเรียนใหม่ที่จะย้ายมาก็แพร่กระจายไปทั่วห้องหนึ่ง พวกเด็กผู้ชายหวังว่าจะเป็นสาวสวย ส่วนเด็กผู้หญิงก็หวังว่านักเรียนใหม่จะเป็นหนุ่มหล่อ แน่นอนว่ายังมีพวกที่มีข่าววงในอีกกลุ่มที่รู้ตั้งนานแล้วว่าคนที่มาคือผู้ชายหรือผู้หญิง แต่พวกเขาก็ยินดีที่จะก่อกวนให้เกิดความวุ่นวาย
ลู่เสี่ยวหรันสะกิดไป๋เหยาเบา ๆ แล้วกระซิบว่า "วันนี้จ้าวหย่วนไม่ได้มาเรียนนะ"
ไป๋เหยาเหลือบมองตามสายตาของลู่เสี่ยวหรันไปเล็กน้อย ในห้องเรียนมีที่นั่งว่างอยู่หนึ่งที่ นั่นน่าจะเป็นที่นั่งของจ้าวหย่วน
ลู่เสี่ยวหรันพูดอย่างมีลับลมคมนัย "ฉันได้ยินมาว่าเมื่อคืนที่หอชายมีเรื่องเกิดขึ้น"
ไป๋เหยาก็กดเสียงต่ำลง "เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ"
"พวกผู้ชายห้อง 404 กลับไปที่หอหลังจากเข้าเลคเชอร์เสร็จ พวกเขาเห็นเครื่องในที่เต็มไปด้วยเลือดเกลื่อนพื้น..."
ไป๋เหยาถามด้วยความอยากรู้ "พวกเขาทำหม้อไฟในหอเหรอ"
"อุ๊ย ไม่ใช่เครื่องในสัตว์นะ แต่เป็นเครื่องในของคนต่างหาก!"
ไป๋เหยาเอามือปิดปาก ทำท่าตกตะลึงโอเวอร์แอ็กติ้ง "ว้าว"
ลู่เสี่ยวหรันรู้ว่าไป๋เหยาคิดว่านี่เป็นแค่เรื่องเล่าอีกแล้ว เธออดไม่ได้ที่จะเล่าต่อด้วยน้ำเสียงมีชีวิตชีวา "พวกผู้ชายพวกนั้นพอผลักประตูเข้าไป ก็ได้กลิ่นคาวเลือด พอเดินเข้าไปอีก ในห้องน้ำก็เจอเครื่องในโชกเลือด พวกเขาตกใจแทบตาย รีบไปตามครู ครูก็ไปตามผู้อำนวยการ"
ไป๋เหยาถาม "แล้วก็แจ้งตำรวจต่อใช่ไหม"
ลู่เสี่ยวหรันส่ายหัว "คนในห้องนั้นตกใจกลัวกันมาก ครูโทรหาผู้ปกครอง แต่ครอบครัวพวกเขาก็บอกว่าไม่มีเวลามารับ ให้พวกเขาตั้งใจเรียนอยู่ในโรงเรียนต่อไป"
พูดแล้วก็นึกได้ว่า พวกผู้ปกครองของนักเรียนในโรงเรียนนี้เหมือนจะมีความหมกมุ่นกับการเรียนอย่างผิดปกติมาตลอด ถึงแม้ว่านักเรียนจะมีปัญหาอะไรก็ตาม ขอเพียงยังกระโดดโลดเต้นได้ ผู้ปกครองก็จะไม่เลือกที่จะพาลูกกลับบ้าน
เหมือนกับว่าโยนคนมาทิ้งไว้ที่นี่ให้เป็นไปตามยถากรรม
ไป๋เหยาถาม "แล้วหลังจากนั้นล่ะ"
"หลังจากนั้นครูก็จัดหอให้พวกเขาชั่วคราวคนละห้อง แต่พวกเขาคงไม่มาเรียนอีกหลายวัน อยากพักผ่อนให้เต็มที่เท่านั้นแหละ" ลู่เสี่ยวหรันกดเสียงให้ต่ำลงไปอีก "เหยาเหยา เธอรู้ไหมว่าจุดสำคัญของเรื่องนี้อยู่ตรงไหน"
ไป๋เหยาก็กดเสียงให้ต่ำลงอีก "จุดสำคัญอยู่ตรงไหน"
"จ้าวหย่วนก็อยู่ห้อง 404 เหมือนกัน แต่ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ จ้าวหย่วนหายตัวไปไม่ปรากฏตัวอีกเลย" ลู่เสี่ยวหรันพูดจนขนลุกซ่าไปทั้งตัว เธอมองไปรอบ ๆ แล้วพูดอย่างหวาดกลัว "เหยาเหยา ฉันสงสัยว่าโรงเรียนเรามีผีจริง ๆ"
ไป๋เหยาทำหน้าตกตะลึง "จริงเหรอ"
ลู่เสี่ยวหรันเห็นท่าทางโอเวอร์แอ็กติ้งแบบนี้ ก็รู้ว่าเธอไม่เชื่อคำพูดของตัวเอง เธออัดอั้นใจ "โรงเรียนเราเกิดเรื่องลี้ลับมามากแค่ไหนแล้ว แล้วมีคนหายตัวไปจากโรงเรียนแบบไร้ร่องรอยอีกตั้งเท่าไหร่"
ไป๋เหยาถามด้วยความสงสัย "ก่อนหน้านี้เธอยังบอกว่าหอหญิงมีผีสิงไม่ใช่เหรอ ฉันอยู่สบายดีนี่ ตอนนี้หอชายก็มีผีสิงอีกแล้วเหรอ"
ลู่เสี่ยวหรัน "ก็...ก็ผีมันอยู่ที่เดิมนาน ๆ ก็อยากจะเดินเที่ยวดูบ้าง บางทีมันอาจจะไปเยี่ยมหอชายก็ได้นี่!"
ไป๋เหยาพูดอย่างลึกลับ "เสี่ยวหรัน ฉันจะบอกความลับให้เธอรู้อย่างหนึ่ง"
ลู่เสี่ยวหรันตั้งใจฟัง "อะไรเหรอ"
ไป๋เหยา "ปกติแล้วโรงเรียนมักจะสร้างอยู่บนสุสานนะ"
ลู่เสี่ยวหรัน "..."
จบกัน คืนนี้เธอต้องนอนไม่หลับแน่!
เสียงออดเข้าเลคเชอร์เช้าดังขึ้นเป็นจังหวะ ครูพานักเรียนหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา หญิงสาวหน้าตาสะอาดน่ารัก เมื่อเห็นคนแปลกหน้ามากมาย เธอดูประหม่าเล็กน้อย แต่ก็ยังพยายามพูดอย่างเป็นธรรมชาติ "สวัสดีทุกคน ฉันชื่อลู่จือจือ หลังจากนี้ขอให้ทุกคนช่วยดูแลด้วยนะคะ"
พวกเด็กผู้หญิงปรบมืออย่างเกียจคร้านพอเป็นพิธี ส่วนพวกเด็กผู้ชายปรบมือดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง ทุกวันนี้เห็นแต่สาวสวยสะดุดตาอย่างไป๋เหยามามากแล้ว การมีสาวใสซื่อไม่เสแสร้งมาให้เปลี่ยนอรรถรสก็ดีเหมือนกัน
ลู่เสี่ยวหรันรวบรวมข้อมูลของนักเรียนใหม่ไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว "ลู่จือจือมาจากครอบครัวธรรมดา เมื่อก่อนหน้านี้ พ่อของเธอถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่ ตอนนี้กลายเป็นเศรษฐีใหม่เอาแต่ใจ ใช้เงินไม่น้อยเลยกว่าจะส่งลู่จือจือเข้ามาในโรงเรียนเราได้"
พูดสั้น ๆ ก็คือ เป็นผู้หญิงที่ไม่มีภูมิหลังอะไร คนอย่างเธอ ถ้าเดินผิดไปแม้แต่ก้าวเดียวในโรงเรียนนี้ ก็จะกลายเป็นเป้าหมายให้คนอื่นรังแกได้ง่าย ๆ
ไป๋เหยามั่นใจได้แล้วว่าลู่จือจือคนนี้เป็นนางเอก ความรู้สึกถึงวิกฤตก็พลันเกิดขึ้นกับเธอ
หลังเลิกคาบเรียน มีนักเรียนหญิงผมยาวดำสนิทคนหนึ่งเดินเข้ามาจากนอกประตูห้อง เธอยิ้มให้ไป๋เหยาอย่างจริงใจ "เหยาเหยา ได้ยินว่าห้องพวกเธอมาเพื่อนใหม่ สาว ๆ ในโรงเรียนเราล้วนเป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน เราเลยคิดจะจัดปาร์ตี้ต้อนรับเพื่อนใหม่คืนนี้นะ เธอจะมาไหมจ๊ะ"
วันนี้เป็นวันศุกร์ ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันเสาร์ แต่โรงเรียนก็ไม่มีวันหยุด อย่างไรก็ตาม คืนวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ นักเรียนสามารถทำกิจกรรมได้อย่างอิสระในโรงเรียน
นักเรียนหญิงคนนี้ชื่อปู้จงเหยา เป็นดอกไม้ประจำห้องข้าง ๆ ตลอดมาเธอมักจะถูกไป๋เหยากดไว้ตลอด ความสัมพันธ์กับไป๋เหยานั้นละเอียดอ่อนมาก สิ่งที่ชอบทำที่สุดคือการเรียกร้องความสนใจ แค่ในห้องหนึ่งมีเพื่อนใหม่มา เธอจะเป็นหัวเรือใหญ่จัดงานเลี้ยงต้อนรับอะไรนี่ขึ้นมาทำไม
อนึ่ง ก่อนหน้านี้คนที่แพร่ข่าวลือว่าไป๋เหยาทำศัลยกรรมหน้า และยังมีเจตนาต่อแฟนของคนอื่น ก็คือปู้จงเหยาคนนี้นี่เอง
ไป๋เหยามองไปอีกด้าน
พวกสาว ๆ ที่ปู้จงเหยาพามากำลังชวนเพื่อนใหม่คุยอย่างเป็นมิตร กระตือรือร้นราวกับเป็นพี่น้องแท้ ๆ ต่างแม่
ปู้จงเหยานึกอะไรขึ้นมาได้ เธอยิ้มตาหยีแล้วเสริมอีกประโยค "จริงสิ ฉันชวนเพื่อนในห้องเราด้วยนะ เฉินจี้ก็น่าจะมานะ"
ไป๋เหยายิ้ม "เธอจะชวนฉันไปงานเลี้ยงที่เธอจัดน่ะเหรอ"
ปู้จงเหยา "ใช่สิ เราเป็นพี่น้องที่ดีกันนี่นา ฉันก็ต้องชวนเธออยู่แล้ว"
ไป๋เหยาพูดเนิบ ๆ "เช่นนั้นเธอก็คงรู้ว่าฉันมีความต้องการในงานเลี้ยงสูงมาก เท่าที่ผ่านมางานที่ฉันจัด ทุกอย่างใช้ของที่ดีที่สุดในโลก จงเหยา เธอเป็นพี่น้องที่ดีของฉันนะ อย่าทำให้มาตรฐานงานเลี้ยงตกล่ะ อย่าดึงสไตล์พี่น้องของเราให้ต่ำลงล่ะ เดี๋ยวคนอื่นจะหัวเราะเอา"
รอยยิ้มของปู้จงเหยาแข็งค้างเล็กน้อย ใครบ้างจะไม่รู้ว่าไป๋เหยาคนนี้ใช้เงินเป็นน้ำ งานเลี้ยงที่เธอจัดขึ้นแต่ละครั้ง เงินที่ใช้มากพอ ๆ กับค่าครองชีพหลายเดือนของพวกเขาทั้งกลุ่ม
แต่เมื่อพูดออกไปแล้ว ปู้จงเหยายอมรับว่าตัวเองเทียบกับไป๋เหยาไม่ได้ไม่ได้หรอก ดังนั้นเธอจึงยิ้มพูด "ไม่มีทางทำให้เธอผิดหวังหรอก สบายใจได้เลย"
หลังจากปู้จงเหยาพาสมุนสาว ๆ ของเธอจากไปแล้ว ลู่เสี่ยวหรันก็พูดกับไป๋เหยาว่า "นังแพศยาคนนี้ จู่ ๆ ก็ชวนเธอไปงานเลี้ยง ต้องมีจุดประสงค์อะไรซ่อนเร้นแน่ ๆ เหยาเหยา ฉันได้ยินมานะ ว่าแฟนที่มันหาได้มีความคิดอะไร ๆ กับเธอน่ะ"
ไป๋เหยาคว้ามีดอาร์ตไว้ แล้วกรีดไปมาพลางพูดว่า "ถ้าเขาไม่กลัวถูกฉันทำหมันทางกายภาพ ความคิดที่มีก็น่าจะบ้าบิ่นกว่านี้ได้อีก"
ลู่เสี่ยวหรันรู้สึกว่าองคชาตในจินตนาการของตนปวดแปลบขึ้นมา
เวลาอาหารกลางวัน โรงอาหารคึกคักมาก
เฉินจี้นั่งอยู่ข้าง ๆ ไป๋เหยาด้วยสายตาละห้อย มองไป๋เหยาตาไม่กะพริบ
ไป๋เหยาเปิดดูสมุดคัดอักษร เห็นว่าเขาเขียนอักษรได้สองแผ่นอย่างเรียบร้อยจริง ๆ เธอถึงคีบน่องไก่จากถาดของตัวเองใส่ลงในชามของเขา "ไม่เลว พยายามต่อไปนะ"
เฉินจี้มีรอยยิ้มขึ้นบนหน้าทันที เขากัดน่องไก่คำใหญ่ แล้วพูดด้วยเสียงอ้อแอ้ "เหยาเหยา เมื่อวานฉันอ่านหนังสือดึกมากเลยนะ"
ไป๋เหยาก็คีบซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานจากจานของตัวเองใส่ลงในชามของเขาอีก เฉินจี้ชอบกินเนื้อ โดยเฉพาะเนื้อที่มีรสหวาน เธอชมไม่ยั้งเลย "เฉินจี้ เธอนี่สุดยอดจริง ๆ เรียนหนักมากเลย กินเยอะ ๆ นะ"
เฉินจี้พยักหน้า "อื้ม ฉันจะกินเยอะ ๆ"
ไป๋เหยามองไปด้านข้าง แล้วจู่ ๆ ก็ถาม "เธอมองผู้หญิงคนนั้นแล้วรู้สึกอะไรไหม"
เขากำลังแทะน่องไก่อยู่ ไม่ทันได้เงยหน้า "ไม่รู้สึก"
ชัดเจนเลยว่าเป็นการขอไปที
ไป๋เหยาจับหน้าของเขา หันไปทางลู่จือจือที่นั่งอยู่อีกด้าน เธอถามใหม่ "เป็นยังไง เห็นเธอแล้วรู้สึกอะไรไหม"
เฉินจี้ดูงุนงง "รู้สึกอะไรเหรอ"
"ก็แบบว่า..." ไป๋เหยาพูดตามแบบที่เขาเคยพูด "ก็แบบอยากกินเธอน่ะ"
เขาทำหน้าละห้อย "เหยาเหยา ฉันเรื่องมากนะ ไม่ใช่ทุกอย่างจะกินได้ นอกจากเธอแล้ว ฉันไม่อยากกินใครทั้งนั้น"
ไป๋เหยาถูกเขาจ้องมองด้วยสายตากวางน้อยแบมบี้ หัวใจละลายหมดแล้ว เธอใจดีทันทียกถาดอาหาร เอาทุกอย่างที่เป็นเนื้อในจานของตัวเองใส่ลงไปในจานของเขาหมด
เฉินจี้มองเนื้อในจาน ซึ้งจนน้ำตาคลอ "เหยาเหยา เธอดีกับฉันเหลือเกิน"
ไป๋เหยานั่งชิดเขา "พูดไว้แล้วนะ ต่อไปให้กินแต่ฉัน ห้ามกินคนอื่นเด็ดขาด"
เฉินจี้ผงกหัวแรง ๆ เขาจับมือของไป๋เหยาแนบไว้ที่หน้าตัวเอง แล้วถูแก้มอย่างนุ่มนวล สัญญาอย่างหนักแน่น "ฉันไม่กินใครทั้งนั้น จะกินแต่เหยาเหยา ถ้าฉันโกหก ก็ขอให้ฉันศีรษะกับกายแยกจากกัน"
ไป๋เหยา "..."
แฟนของเธอเวลาสาบานนี่ก็แปลกไม่เหมือนใครจริง ๆ แต่ว่า... น่ารักมากเลย!
เธอยิ้มร่าแล้วบีบหน้าของเขาเบามือ เขาจั๊กจี้นิดหน่อย ก็หัวเราะเบา ๆ ออกมา