เห่อไฉกับคนอื่น ๆ ต่างก็คิดมาตลอดว่าแฟนที่ไป๋เหยาตามหาต้องเป็นคุณชายตระกูลร่ำรวยที่หน้าตาหล่อสุด ๆ แน่ เพราะไป๋เหยาเป็นคนพิถีพิถันเกินไป ถ้าไม่ใช่คนที่ดีที่สุด เธอคงไม่สนใจแน่นอน
ส่วนผู้ชายที่ชื่อหลูเชิงคนนี้ พูดตามตรง เขาดูสดใสมีชีวิตชีวา หล่อก็จริง แต่ก็คงยังห่างจากคำว่าหล่อสุด ๆ อยู่บ้าง แถมผมสีส้มของเขายังให้ความรู้สึกเหมือนพวกเด็กเกเรอีกด้วย
สรุปก็คือ แฟนของไป๋เหยาในจินตนาการของคนอื่น กับผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างเธอตอนนี้ ต่างกันราวฟ้ากับเหว
แต่เห่อไฉก็ยิ้มหน้าบานทันที “คุณหลูหน้าตาดี แถมนิสัยยังเป็นกันเอง มีแฟนที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ เหยาเหยานี่โชคดีจริง ๆ เลยนะ!”
เพิ่งเจอกันครั้งแรกแท้ ๆ เธอดูออกได้ยังไงว่าอีกฝ่ายนิสัยดี?
ไป๋เหยาเชิดหน้าขึ้น “แน่นอนอยู่แล้ว สายตาฉันดีมาตลอด”
เห่อไฉเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกินจริง แววตาเต็มไปด้วยความใฝ่ฝัน “อิจฉาเหยาเหยาจังที่ได้แฟนดีขนาดนี้ ถ้าฉันโชคดีแบบนี้บ้างก็คงดี น่าเสียดายที่ฉันไม่ได้เก่งเหมือนเหยาเหยา คงต้องพยายามให้มากกว่านี้แล้วล่ะ”
ไป๋เหยาปลอบเธอ “ไม่เป็นไร ความขยันชดเชยความไม่เก่งได้ สู้ ๆ นะ”
จากนั้นเธอก็แนะนำหลูเชิง “นี่เห่อไฉ เพื่อนสนิทของฉัน”
ทั้งที่เพิ่งตัดขาดกันไปได้แค่ชั่วโมงเดียว เห่อไฉก็กลับมานั่งตำแหน่งเพื่อนสนิทอันดับหนึ่งของไป๋เหยาได้สำเร็จ เธอยิ้มให้หลูเชิง “สวัสดีค่ะคุณหลู ฉันเห่อไฉ สนิทกับเหยาเหยามาตลอดเลยค่ะ”
