เช้าวันรุ่งขึ้น เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ดังขึ้น ปลุกคนที่กำลังหลับสนิทให้ตื่น
เด็กสาวมุดหัวเข้าไปในผ้าห่มเกือบทั้งหัว ก่อนจะขยับซุกเข้าไปในอ้อมอกของเด็กหนุ่ม ไม่นานมือของเขาก็คลำไปเจอโทรศัพท์ที่ใส่เคสสีชมพูบนโต๊ะข้างเตียง แล้วกดปิดนาฬิกาปลุก
เขาชักมือกลับมา แล้วกอดคนที่อยู่ในผ้าห่มต่อ แต่ไม่นานคนในอ้อมอกก็ขยับอีกครั้ง
ไป๋เหยาลุกขึ้นนั่งบนเตียง ผมยุ่งเหยิง ใบหน้าเต็มไปด้วยความง่วงงุน เธอลืมตาปรือ ๆ สีหน้ายังดูมึนงงอยู่เล็กน้อย
เด็กหนุ่มในผ้าห่มกำชายผ้าไว้ เผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่ทั้งเขินอายและประหม่า เขามองเธอตาละห้อย “เหยาเหยา ไม่นอนต่อแล้วเหรอ”
ไป๋เหยาค่อย ๆ ได้สติ เธอก้มมองคนที่อยู่ในผ้าห่ม
ผมสีส้มของเขาก็ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เพราะเมื่อคืนเธอไม่ปรานีเขาเลย ร่างกายของทั้งคู่ที่สัมผัสกันอยู่ใต้ผ้าห่มเผยให้รู้ว่าผิวของพวกเขาแนบชิดกันโดยไม่มีเสื้อผ้ากั้น
ไม่ใช่แค่บนเตียงเท่านั้น ทั้งห้องนอนก็ยุ่งเหยิงไปหมด
หลูเชิงมองเห็นรอยที่ไป๋เหยาทิ้งไว้ ตั้งแต่บริเวณกระดูกไหปลาร้าลงไป นี่เป็นผลงานของเขา ภาพความวุ่นวายเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุด เขาจึงเผลอกำผ้าห่มที่ปิดบังใบหน้าไปกว่าครึ่งแน่นขึ้น ดูราวกับภรรยาน้อยแสนบอบบาง
น่ารักเกินไปแล้ว!
ไป๋เหยาพุ่งเข้าใส่หลูเชิงเต็มแรง ด้วยท่าทางซุกซนของเธอ ผ้าห่มที่คลุมตัวเขาอยู่กว่าครึ่งถูกเปิดออก เผยให้เห็นรอยบนตัวเขาที่มีไม่น้อยไปกว่าของเธอ
