หลินอวี้เฟิน ผู้กำกับคนนี้ ปกติดูเป็นคนใจเย็น สายเทคนิค ไม่คิดว่าเจ้าจะเอาฤกษ์เอาชัย
ฉากแรกของการเปิดกล้อง เจ้าตั้งใจเลือกฉากเดี่ยวของจูอวี่เฉิน กวนฟางอยู่บ้านเก็บกระเป๋า เตรียมไปรายงานตัวที่โรงเรียนใหม่
ง่าย ๆ เรื่องชีวิตประจำวัน แทบไม่มีอะไรให้แสดง
คนตาดีๆ ต่างรู้ดี เจ้าอยากได้ลางดี ฉากแรกผ่านฉลุย ฉากต่อ ๆ ไปก็จะราบรื่น
ซูเหยียนในฐานะผู้กำกับภาพ ตอนนี้ยืนอยู่ข้างจอมอนิเตอร์ กำลังพูดคุยกับช่างกล้องคนสำคัญอย่างอาจารย์หลิว
ตำแหน่งผู้กำกับภาพของเขาแตกต่างจากที่อื่น ไม่มีทีมของตัวเอง ทุกคนเพิ่งมารวมตัวกันชั่วคราว
ปกติแล้วทีมถ่ายทำของกองถ่ายทั่วไป ผู้กำกับภาพจะพาทีมตัวเองเข้ากอง ถ้าคนไม่พอ ค่อยหามาเพิ่มเติม
ซูเหยียนจะมีทีมที่ไหนได้ มีแต่ต้องสรรหามาทั้งหมด
ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เงินก็ออกโดยกองถ่าย มีเงินแล้ว คนมีฝีมือในตลาดมีเยอะแยะ
ช่วงสัมภาษณ์งานไม่กี่วัน ซูเหยียนดูเรซูเม่ไปหลายสิบชุด สุดท้ายเลือกอาจารย์หลิวเป็นรองมือ ส่วนคนถือกล้อง ผู้ช่วย ฯลฯ ก็ล้วนมีประสบการณ์กันทั้งนั้น
เรื่องนี้ทำให้ไช่อีหนงแอบเสียใจอยู่บ้างที่นึกสนุกตั้งซูเหยียนเป็นผู้กำกับภาพ
ไม่ได้เสียดายเงินนะ เงินก้อนนี้ยังไงก็ต้องจ่ายอยู่แล้ว
เจ้าห่วงว่าทีมรวมตัวกันชั่วคราวแบบนี้ จะถ่ายงานออกมาดีได้หรือเปล่า!
แต่พูดไปแล้ว ก็ไม่ใช่คนชอบบิดพริ้วง่าย ๆ แค่ดึงซูเหยียนมาคุยย้ำอีกหลายรอบ สามวัน แค่สามวัน
ถ้าไม่ไหว จะไล่ทั้งเขาและทีมที่เขาหามาให้หมด แล้วรีบหาทีมถ่ายทำมืออาชีพเข้ากองใหม่ เสียหน้าหน่อยก็ต้องยอม
