“ขอเพียงนายเซ็นสัญญา นอกจากเอี้ยงซื่อหลางแล้ว หลังจากกองถ่าย ‘วีรบุรุษตระกูลหยาง’ สร้างเสร็จ บริษัทจะเริ่มถ่ายบทของนายได้ทันที ให้นายรับบทพระเอก”
“ทั้งหมดนี้เขียนลงในสัญญาอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรได้ ว่ายังไง จริงใจพอไหมล่ะ?”
เว่ยฮั่นเทากับหลี่กั๋วลี่สบตากัน ต่างฝ่ายต่างมีแววประหลาดใจอยู่ในดวงตา… ดูเหมือนประธานไช่จะทุ่มทุนปั้นคนจริง ๆ
ถึงกับยกบทเอี้ยงซื่อหลางที่เป็นพระรองให้ทันที แถมยังพ่วงบทพระเอกจากบทประพันธ์ต้นฉบับมาให้อีกเรื่อง
การปฏิบัติเช่นนี้ ในบรรดาศิลปินหน้าใหม่ที่บริษัทถังเหรินเซ็นสัญญาด้วย เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับหูเกอมากแล้ว
แต่ตอนนั้นหูเกอเป็นหนุ่มหล่อประจำสถาบันการละครเซี่ยงไฮ้ ก่อนเซ็นสัญญาก็เคยถ่ายโฆษณามาแล้ว ศักยภาพของเขาเห็นเด่นชัดอยู่ตรงหน้า
ทางด้านซูเหยียนเองก็รู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมา
พระรองจากผลงานทุนสร้างสี่สิบล้าน บวกกับพระเอกจากเรื่อง ‘เมื่อฉันวิ่งไปหาเธอ’
นี่คือบทที่ระบบมอบให้ เขาอ่านมันในหัวมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่มีใครเข้าใจบทกับตัวละครนี้ได้มากไปกว่าเขาอีกแล้ว
หากแสดงได้ดี ย่อมได้รับการยกระดับครั้งใหญ่แน่นอน
แต่สัญญาผู้จัดการส่วนตัว…
[ลางสังหรณ์วิกฤต]ไม่มีความเคลื่อนไหว
นั่นหมายความว่าอย่างน้อยไช่อีหนงก็ไม่ได้คิดร้าย ตั้งใจจะวางกับดักเล่นงานเขา
ถังเหรินเป็นบริษัทที่ดำเนินงานอย่างถูกต้องจริง ๆ ชื่อเสียงในวงการไม่เลวร้าย ท่ามกลางบริษัทมากมายที่หลอกจนศิลปินแทบตาย ก็ยังพอจัดอยู่ในระดับ “มีจรรยาบรรณ” ได้
แต่มีจรรยาบรรณก็ส่วนมีจรรยาบรรณ เขาอยู่ถังเหรินมาครึ่งปีแล้ว สัญญาผู้จัดการส่วนตัวของถังเหริน เขารู้ดีมาก
