เหมียวชูเพิ่งกลับจากร้านจิ้นซิ่วเก๋อ ในหัวเอาแต่คิดแผนกิจกรรมจับรางวัลรูปแบบใหม่ ข้าว แป้ง และไวน์แดงที่ใช้ก่อนหน้านี้ไม่อาจดึงดูดความสนใจของเหล่าคุณนายได้อีกแล้ว แต่ในมิติพื้นที่วิเศษก็ไม่มีของแปลกใหม่อะไรที่จะเรียกเสียงฮือฮาได้ เธอจำเป็นต้อง “ซื้อฟรี” ของหายากมาเพิ่มอีกชุดเพื่อสร้างจุดสนใจ
พอเห็นเหมียวเจ๋อหัวกลับบ้าน เธอก็กระโดดโลดเต้นเข้าไปหา ดึงแขนเสื้อพ่อมาเขย่า “พ่อ บ้านหลังใหญ่ของหนูดูโล่งไปหน่อยนะ! เมื่อไรจะพาหนูไปเก็บของดี ๆ อีกล่ะ!”
เหมียวเจ๋อหัวถูกลูกสาวเขย่าจนได้แต่หัวเราะอย่างจนใจ เขายื่นมือไปลูบผมของเธอ ปลายนิ้วสัมผัสยอดศีรษะนุ่มนิ่มของลูกสาว สีหน้าพลันเคร่งขรึมลง ก่อนจะจูงมือเธอเข้าไปในห้องด้านในแล้วลดเสียงพูด “รอไปก่อน เมื่อวานลุงสวี่ของลูกส่งข่าวมาว่า ช่วงนี้มีภารกิจสังหารพวกทรยศชาติ ถึงตอนนั้นพ่อจะพาลูกไปเก็บกวาดของที่เหลือพอดี จะได้ ‘ฉก’ ของติดมือมาบ้าง ดีกว่าเที่ยวหาไปเรื่อย”
เขานึกถึงตอนนัดพบกับสวี่เชิงที่ท่าเรือเมื่อไม่กี่วันก่อน สวี่เชิงสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายเก่า ๆ แววตาเต็มไปด้วยความร้อนใจ แม้แต่ข่าวกรองที่ยื่นมาให้ก็ยังชื้นเค็มด้วยกลิ่นไอทะเล
“สังหารพวกทรยศชาติหรือคะ?” ดวงตาของเหมียวชูเป็นประกาย เธอกำข้อมือพ่อแล้วเขย่าอย่างตื่นเต้น “เป็นคนเลวแบบที่พ่อเคยพูดถึงครั้งก่อนหรือเปล่า หนูตามไปยิงปืนได้ไหมคะ?” ครั้งก่อนตอนตามอาฟู่ไปฝึกยิงปืน ท่าทางที่เธอยิงถูกกลางเป้าอย่างแม่นยำทำให้อาฟู่ยังชมว่ามีพรสวรรค์
เหมียวเจ๋อหัวเคาะหน้าผากเธอเบา ๆ ไม่ตอบคำถาม กลับเปลี่ยนเรื่องว่า “เจียวเจียว ตอนนี้ลูกยังมีปืนกับกระสุนเหลืออยู่ไหม?”
