เสียงค่อย ๆ ห่างออกไป ก่อนจะถูกประตูบานใหญ่หนาหนักกั้นจนเงียบหาย
ซวยเชิงต้องการให้เป็นเช่นนี้พอดี เรื่องไม่ถึงกับบานปลาย ทั้งยังอาศัยมืออู๋ฉางเฟิงควบคุมเหรินเหอหนานไว้ได้
เขารู้ว่าเรื่องนี้ยังไม่ถึงขั้นทำให้เหรินเหอหนานตาย แต่ถ่วงเวลาเขาไว้ได้หลายวัน ก็มากพอให้ตระกูลเหมียวหลบหนีและขนย้ายเสบียงได้แล้ว
เขาหันกลับไปหยิบกาสุราบนโต๊ะ รินให้ตัวเองเต็มจอก ก่อนจะชูเสียงขึ้นกล่าวกับแขกเหรื่อทั่วงานว่า “ต้องขออภัยที่ทำให้ทุกท่านเห็นเรื่องน่าขัน! โรงงานหรงชางเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตเสบียงทางทหาร ทั้งยังเป็นกำลังหลักที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเซี่ยงไฮ้ให้ฟื้นตัว จะปล่อยให้คนถ่อยเข้ามาขัดขวางไม่ได้เด็ดขาด”
“เรื่องวันนี้ถือเป็นการเตือนคนบางกลุ่ม ใครกล้าขวางทางฟื้นฟูเซี่ยงไฮ้ ก็เท่ากับเป็นศัตรูกับซวยเชิง!”
“ผู้ช่วยซวยพูดเล่นแล้ว!” ประธานหอการค้าคนหนึ่งในชุดสูทลุกขึ้นกล่าวสนับสนุนทันที พลางยกแก้วสุราขึ้นคารวะจากระยะไกล
“คนถ่อยที่หักหลังพวกเดียวกันแบบนี้ ก็ควรได้รับบทเรียนเสียบ้าง! อีกอย่าง ใครบ้างไม่เคยถูกคนจากจงถ่งกับจวินถ่งตาม? พวกนั้นเหมือนแมลงวัน บินหึ่ง ๆ น่ารำคาญอยู่ได้ทุกวัน! วันนี้ผู้ช่วยซวยช่วยระบายความอัดอั้นแทนพวกเราแล้ว!”
“ใช่ ๆ!” ผู้จัดการห้างฝรั่งอีกคนพยักหน้าตาม แล้วพูดภาษาจีนด้วยสำเนียงติดขัด
“ห้างของเราก็ถูกจับตามองอยู่บ่อย ๆ ก่อนหน้านี้ จะรับหรือส่งสินค้าก็ไม่สะดวกเลย ผู้ช่วยซวยช่วยรักษาความสงบ พวกเราสนับสนุนเต็มที่!”
แขกเหรื่อพากันส่งเสียงสนับสนุน บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่พลันถูกแทนที่ด้วยเสียงพูดคุยคึกคัก หลายคนฉวยโอกาสเข้ามาคารวะซวยเชิงและเอ่ยชมความเด็ดขาดของเขา
