ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงย่างเข้าต้นฤดูหนาว ปี 1945
เหมียวชูกระชับเสื้อคลุมให้แน่นขึ้น เขย่งปลายเท้ามองไปทางทางออกท่าเรือ เด็กหญิงวัย 10 ขวบสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 10 เซนติเมตร
เหมียวเจ๋อหัวก้มลงจัดปกเสื้อที่ถูกลมพัดจนยุ่งเหยิงให้ลูกสาว “เจียวเจียว ไปกันเถอะ กลับบ้านกัน โชคดีที่ตอนออกจากเซี่ยงไฮ้เมื่อก่อน พ่อไม่ได้ขายบ้านที่นี่ ไม่อย่างนั้นตอนนี้คงต้องตระเวนหาที่พักกันอีก”
เขาเงยหน้ามองทางเข้าท่าเรือ ตามหลักแล้วคนที่ซวยเชิงจัดให้มารับน่าจะมาถึงแล้ว แต่ท่ามกลางผู้คนที่เดินสวนกันไปมา กลับไม่เห็นคนสวมหมวกผ้าสีเทาตามที่นัดหมายไว้
เยว่หว่านชิงหิ้วหีบหวายใบเล็ก พลางมองตามสายตาสามีไปด้วย
ทั้งสามเพิ่งเดินตามฝูงชนออกจากประตูตรวจตั๋วของท่าเรือ จู่ ๆ เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งออกมาจากหลังเสาต้นข้าง ๆ ตรงเข้ามาขวางหน้าพวกเขา
ชายคนนั้นสวมเสื้อสั้นสีดำ กดปีกหมวกต่ำจนบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง เหลือให้เห็นเพียงแนวกรามที่เกร็งแน่น ในมือกำปืนพกไว้ “คุณเหมียว มากับพวกเรา”
หัวใจของเหมียวเจ๋อหัวกระตุกวูบ เขาดึงเหมียวชูไปหลบไว้ข้างหลังโดยไม่รู้ตัว เยว่หว่านชิงก็รีบเข้ามาใกล้ ยืนคุ้มกันลูกสาวไว้ตรงกลาง เขาสำรวจชายคนนั้นอย่างเงียบงัน ก่อนถามเสียงขรึม “คุณเป็นใคร? พวกเราไม่รู้จักคุณ แล้วทำไมต้องไปกับคุณด้วย?”
“ไม่ใช่เรื่องที่คุณควรถาม” ชายคนนั้นก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าว ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านหนักขึ้น สายตากวาดผ่านเยว่หว่านชิงกับเหมียวชู น้ำเสียงแข็งกร้าวไม่เปิดช่องให้โต้แย้ง “เลิกพูดมาก ตามฉันไปก็พอ”
