เธอเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ แล้วก็เห็นร่างสูงสง่าที่คุ้นเคย... เป็นนิกจริง ๆ!
นิกสวมสูทสีดำตัดเย็บอย่างประณีต ท่าทีสุขุมสุภาพแบบสุภาพบุรุษที่เห็นจนชินตาแตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง รอบกายแผ่รังสีเย็นเยียบชวนให้หวาดหวั่น
สายตาของเขากวาดผ่านความโกลาหลในตรอก ก่อนจะหยุดลงที่เหมียวชู แววตาซับซ้อนจนยากจะคาดเดา
เวลานั้น คาเรนก็รีบเดินออกมาจากเงามืดของบ่อนพนัน เขากำลังจะตำหนิเรียลที่ตัดสินใจเองตามอำเภอใจ แต่พอเงยหน้าขึ้นก็เหลือบเห็นนิกที่เพิ่งลงจากรถ สีหน้าเหี้ยมเกรียมพลันเลือนหาย แทนที่ด้วยความเคารพนอบน้อมและประจบสอพลออย่างที่สุด เขารีบก้าวเข้าไปหาแล้วก้มคำนับเล็กน้อย “คุณวิลสัน! มาที่นี่ได้ยังไงครับ?”
นิกไม่แม้แต่จะมองเขา เพียงยกมือขึ้นทำสัญญาณให้หยุดอย่างเย็นชา คาเรนจึงหยุดพูดกะทันหัน แม้แต่ลมหายใจก็ยังเบาลงโดยไม่รู้ตัว
นิกเดินผ่านชายชุดดำที่นอนเกลื่อนพื้นตรงไปหาเหมียวชูทีละก้าว สายตากวาดผ่านเส้นผมที่ยุ่งเล็กน้อยกับแขนเสื้อเปื้อนคราบเลือดของเธอ จากนั้นก็หันไปมองคาเรนด้วยสายตาเย็นเยียบ
คาเรนใจหายวาบ รีบตามเข้าไปใกล้แล้วพูดเสียงเบาอย่างประจบ “คุณวิลสัน อย่าโกรธเลยครับ ก็แค่โจรกระจอกสองคนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง บุกเข้ามาก่อเรื่องในบ่อนของผม เดี๋ยวผมจะสั่งคนจัดการให้เรียบร้อย รับรองว่าจะไม่สร้างปัญหาให้คุณครับ” ระหว่างพูด เขาก็เหลือบมองเหมียวชูกับสวี่เฮ่อหมิงอย่างอำมหิต ส่งสัญญาณให้ลูกน้องเตรียมลงมือ
ทว่านิกหันขวับกลับมา สายตาเย็นชาจ้องคาเรนเขม็ง น้ำเสียงไร้ความอบอุ่นแม้แต่น้อย ทำเอาคาเรนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ไม่กล้าขยับอีก
