หลังจากอาฟู่จากไปเมื่อตอนเย็น เหมียวชูก็เฝ้าคิดถึงเสบียงกองนั้นอยู่ตลอด
ตอนนี้พอเห็นเหมียวเจ๋อหัวเพิ่งวางถ้วยชา เธอก็รีบเข้าไปคล้องแขนเขาแล้วเขย่าเบา ๆ “พ่อ เราไปตามที่อยู่อาฟู่กันตอนนี้เลยไหมคะ? ข้างในอาจมีทั้งอาหารกับยาเยอะแยะพอดี จะได้รวบรวมเสบียงให้ลุงสวี่ครบเสียที!”
ถ้าเสบียงที่อาฟู่เตรียมไว้มีมากพอ พวกเขาก็ไม่ต้องเสี่ยงไป “ช้อปฟรี” แล้ว
แต่ถ้ามีไม่พอ เธอก็ต้องคุยกับพ่อไว้ก่อนว่าจะไปเอาจากที่ไหน
“รีบร้อนไปทำไม แม่ยังไม่กลับมาเลย” เหมียวเจ๋อหัวพยักพเยิดไปทางประตู
“รอแม่กลับมาแล้วค่อยปรึกษากัน”
“จะไปไหนกัน?” เยว่หว่านชิงเพิ่งก้าวเข้าประตูมาก็ได้ยินพ่อลูกคุยกัน เธอยื่นมือไปจัดปอยผมที่ปรกหน้าผากเหมียวชูให้เข้าที่
“แม่! ในที่สุดแม่ก็กลับมาแล้ว!” เหมียวชูโผเข้าไปกอดเยว่หว่านชิง
เธอเจื้อยแจ้วว่า “แม่ยังจำอาฟู่ได้ไหม? วันนี้เขามาหา ตอนนี้กลายเป็นหัวหน้าแก๊งชิงแล้ว เขาบอกว่าเก็บเสบียงกองใหญ่ไว้ให้เรา หนูกับพ่อกำลังคุยกันอยู่ว่าจะไปเอาเมื่อไหร่!”
เยว่หว่านชิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยิน ก่อนจะหยิบกระดาษพับแผ่นหนึ่งกับพวงกุญแจทองแดงออกจากกระเป๋าแล้วยัดใส่มือเหมียวเจ๋อหัว “บังเอิญจริง ๆ ฉันก็มีเสบียงเหมือนกัน พวกเธอว่างเมื่อไหร่ก็ไปเอามาแล้วกัน”
“ได้เลยค่ะ แม่!” ดวงตาเหมียวชูเป็นประกาย
มื้อค่ำผ่านไปอย่างรวดเร็ว เหมียวชูวางตะเกียบปุ๊บก็เร่งให้เหมียวเจ๋อหัวออกจากบ้านทันที
ทั้งสองอาศัยข้ออ้างว่าออกมาเดินเล่นหลังอาหาร ค่อย ๆ เดินไปทางปากตรอก
