เช้าวันถัดมา เหมียวชูกับสวี่เฮ่อหมิงไปโรงเรียนด้วยกันตามปกติ
ระหว่างเรียน สวี่เฮ่อหมิงก็อดสงสัยเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ไม่ได้ คอยขยับเข้ามาใกล้เหมียวชูเป็นพัก ๆ แล้วใช้ข้อศอกสะกิดเธอเบา ๆ พลางกระซิบกระซาบว่า “พี่เจียวเจียว ต่อไปแฮร์รี่ พอตเตอร์จะสู้กับโวลเดอมอร์ตรง ๆ ไหม? แล้วสุดท้ายรอนกับเฮอร์ไมโอนีจะได้อยู่ด้วยกันหรือเปล่า?”
เหมียวชูถูกเขาพูดจ้อจนไม่มีสมาธิฟังบทเรียน จึงหันไปถลึงตาใส่ ก่อนฉวยจังหวะที่ครูหันไปเขียนกระดาน กดเสียงต่ำเตือนอย่างเข้มงวดว่า “สวี่เฮ่อหมิง หุบปาก! ห้ามพูดเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์กับใครอีก รวมถึงลุงสวี่ด้วย! นี่เป็นความลับระหว่างเรา ถ้ากล้าหลุดปากแม้แต่คำเดียว เราก็ไม่เป็นเพื่อนกันอีก ฉันพูดจริงทำจริง”
สวี่เฮ่อหมิงหดคอด้วยความตกใจเมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นชา รีบยกมือปิดปากแล้วพยักหน้าอย่างว่าง่าย ไม่กล้าพูดอะไรอีก ได้แต่จินตนาการเรื่องราวต่ออยู่ในใจเงียบ ๆ
ในที่สุดเสียงกริ่งเลิกเรียนก็ดังขึ้น เหมียวชูเก็บหนังสือเรียนแล้วทิ้งท้ายกับสวี่เฮ่อหมิงว่า “ฉันจะไปคุยกับลี่ลี่เรื่องจัดพิมพ์” จากนั้นก็รีบเดินออกจากห้องเรียน ทว่าความจริงเธอเลี้ยวเข้าไปในห้องน้ำที่เงียบสงบ
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำ เหมียวชูก็ใช้สกิลล่องหน ร่างของเธอโปร่งใสขึ้นในพริบตา
เธอขยับความคิดแล้วเข้าไปในมิติพื้นที่วิเศษ เห็นคางคกหยกหลับตาสนิทจึงเอ่ยว่า “พี่หยก ตื่นได้แล้ว อย่ามัวแต่นอนสิ พี่สาวจะพาไปสู้ ไปคิดบัญชีกับเจ้าเรียลนั่นกัน!”
คางคกหยกขยับกรงเล็บทั้งที่ยังหลับตา ไม่ยอมลืมตาขึ้นมา เห็นได้ชัดว่ายังนอนไม่พอ
เหมียวชูกรอกตาอย่างจนใจ “พี่หยก ตอนนี้จะหลับตาอู้ก็ได้ แต่พอไปถึงที่แล้วอย่าทำให้ฉันเสียเรื่องล่ะ”
แต่คางคกหยกก็ยังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ กลับเป็นคางคกอีกสามตัวข้าง ๆ ที่พลิกตัวเบา ๆ คางคกทองซึ่งมีสีเหลืองอร่ามทั่วตัวและดูสง่างามค่อย ๆ ก้าวออกมา มันเงยหน้ามองเหมียวชูราวกับจะบอกว่า ‘ปล่อยให้ฉันจัดการเอง’
