ครูฝ่ายวิชาการพาเหมียวชูกับสวี่เฮ่อหมิงเดินเข้าห้องเรียน เสียงพูดคุยอื้ออึงในห้องไม่ได้เงียบลงไปมากนัก
ทั้งคู่ยืนอยู่ตรงประตู กวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องเรียน โต๊ะเก้าอี้จัดวางเป็นระเบียบเรียบร้อย นักเรียนหลายคนกำลังจับกลุ่มพูดคุยกันเสียงเบา
พอเห็นพวกเขาเดินเข้ามา นักเรียนเหล่านั้นก็เพียงเหลือบมองแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปคุยเรื่องเดิมต่อ ไม่มีท่าทีอยากรู้อยากเห็นหรือพากันมามุงดูนักเรียนใหม่เลย ราวกับเป็นเรื่องปกติ
เหมียวชูเข้าใจสาเหตุได้อย่างรวดเร็ว เธอสังเกตเห็นว่ามีนักเรียนหลายคนในห้องพูดภาษาจีนด้วยสำเนียงกวางตุ้ง พวกเขาคุ้นเคยกันดี เห็นได้ชัดว่าเป็นเพื่อนร่วมชาติจากฮ่องกง
ดูท่าโรงเรียนแห่งนี้จะรับนักเรียนจากฮ่องกงมาไม่น้อย ทุกคนจึงคุ้นชินกับการมีเพื่อนร่วมชาติย้ายเข้ามาใหม่แล้ว
เมื่อพบเช่นนี้ เธอก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย อย่างน้อยในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ก็ยังได้ยินเสียงเพื่อนร่วมชาติที่คุ้นหู
“พวกเธอสองคนนั่งตรงนั้นนะ” ครูฝ่ายวิชาการชี้ไปยังที่นั่งว่างสองที่กลางห้องใกล้หน้าต่าง จากนั้นก็หันหลังเดินออกไป
เหมียวชูกับสวี่เฮ่อหมิงสบตากัน ก่อนจะสะพายกระเป๋าเดินไปนั่ง พอดีได้นั่งเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกัน
เพิ่งนั่งลง นักเรียนฮ่องกงสองสามคนที่อยู่ข้าง ๆ ก็พยักหน้าทักทายพวกเขาอย่างเป็นมิตรด้วยภาษากวางตุ้ง เหมียวชูยิ้มตอบ น้ำเสียงเป็นธรรมชาติและสนิทสนม
โชคดีที่เธอมีพรสวรรค์ด้านภาษาอยู่แล้ว ก่อนออกเดินทางก็ยังตั้งใจเร่งเรียนภาษาอังกฤษกับภาษากวางตุ้งเพิ่มเติม อีกทั้งยังดื่มน้ำบุปผาเซียนบำรุงร่างกายมาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะสื่อสารภาษาอังกฤษหรือฟังภาษากวางตุ้งเข้าใจก็ไม่มีปัญหา ก้าวแรกในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่จึงผ่านไปอย่างราบรื่น
