เขาก้าวเท้า เตรียมเบียดเข้าไปในฝูงชน
ทันใดนั้นมีเสียงเรียก“เซี่ยจวิ๋นเหยา” ฟางจู๋กับเพื่อนพวกนั้นเดินเข้ามา ตะโกนทักเขาดังลั่น
เซี่ยจวิ๋นเหยามองเข้าไปในฝูงชนอีกครั้ง ก็ยังจับความต้องการของตัวเองไม่ได้ สีหน้าฉายแววฉงน หรือว่าเขาจะรู้สึกผิดไปเอง?
“มานี่เร็วเข้า ของขวัญที่เราเอามาจะวางตรงไหน?” ฟางจู๋ตะโกนเรียก
เซี่ยจวิ๋นเหยาจึงเดินเข้าไป
ยวีฮวนเริ่มอยากถอยไปแล้ว แต่จี้หยูถิงก็จ้องเธอไม่วางตา เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “ดีขึ้นหรือยัง?”
เธอไม่อยากสร้างเรื่องวุ่นวาย มาทำเสียบรรยากาศ
สุดท้ายเลยถือโอกาสตอนที่เซี่ยจวิ๋นเหยาไม่อยู่เข้าไปในงาน ดีที่จี้หยูถิงเองก็ไม่ค่อยชอบเข้าสังคมบนโต๊ะอาหาร เลือกนั่งโต๊ะที่ค่อนข้างห่างมุม ยวีฮวนจึงนั่งตรงหัวมุมพอดี
คนที่นั่งร่วมโต๊ะกับพวกเธอล้วนเป็นเพื่อนสนิทของจี้หยูถิง
ในฝูงชนไม่มีร่างของเซี่ยจวิ๋นเหยาอีกต่อไปแล้ว พิธีกรเริ่มเปิดงาน บรรยากาศครึกครื้นขึ้นมา
ความคึกคักนั้นชวนให้รู้สึกอบอุ่นใจ ยวีฮวนตั้งอกตั้งใจกินอาหารพลางปล่อยให้เรื่องของเซี่ยจวิ๋นเหยาผ่านเลยไป
ก่อนหน้านี้ทุกคนล้วนสงสัยใคร่รู้เรื่องยวีฮวน จี้หยูถิงจึงตั้งใจแนะนำยวีฮวนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว พร้อมสอดแทรกนัยให้รู้ว่าพวกเขามองข้ามน้องสาวเธอไม่ได้
พูดกันตรง ๆ ตระกูลใหญ่ฐานะดีมักมีเรื่องจุกจิก
