หว่านถังเม้มริมฝีปากแน่น ร่างกายสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่ ทว่าความคิดในหัวกลับยิ่งแจ่มชัด
นี่เป็นหนทางเดียวของนาง หนึ่ง ซื่อจื่อย่อมไม่ยอมรับเป็นแน่ ด้วยศักดิ์ศรีของบุรุษเช่นเขา จะยอมรับต่อหน้าผู้อื่นได้อย่างไรว่า ‘แม่สาวน้อยคนนั้นไม่ชอบข้า แต่ข้ากลับหน้าด้านหน้าทนไปหลงใหลนาง ข้าก็แค่ร้อนใจอยู่ฝ่ายเดียว’
สอง เมื่อเรื่องนี้ไปถึงหูฮูหยิน นางก็จะมีหลักประกันเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่ง พอพ้นปีใหม่ นางก็จะได้ออกจากจวนกั๋วกงกลับบ้าน
ฮูหยินสกุลซ่งตกตะลึงอยู่นาน อ้าปากถามว่า “เพราะเหตุใด”
หว่านถังจึงแต่งเรื่องต่อไปจนสุดทาง “ซื่อจื่อบอกว่า เขา...เขาไม่ได้สนใจสตรีมากนัก บางที...บางทีอาจเบื่อบ่าวก่อนถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้าเจ้าค่ะ”
ฮูหยินสกุลซ่ง: ……
นางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างแรง บุตรชายคนนี้ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่
ยามหว่านถังกลับถึงเรือนซงเฟิงอย่างไม่เต็มใจ ของรางวัลที่ฮูหยินประทานให้ก็มาถึงแล้ว
ฮูหยินกล่าวกับนางว่า ไม่ว่าระหว่างนางกับซื่อจื่อจะตกลงกันไว้อย่างไร เมื่อให้ของรางวัลไปแล้วก็ไม่มีเหตุผลต้องเรียกคืน หว่านถังเข้าใจดีว่านี่หมายความว่าให้ปรนนิบัติซื่อจื่อให้ดีในช่วงนี้ เผื่อซื่อจื่อเปลี่ยนใจขึ้นมา
ก่อนจากไป ฮูหยินยังกำชับอีกหลายคำ พรุ่งนี้นางยังต้องติดตามแม่นมฉินเรียนรู้กฎระเบียบ แม้จะมีเวลาเพียงวันเดียว ก็ต้องปรนนิบัติซื่อจื่อให้สบายกายสบายใจ
แม่นมฉินพาสาวใช้วัยสิบห้าสิบหกปีมาสองคน คนหนึ่งชื่ออวิ๋นชิง อีกคนชื่ออวิ๋นซู บอกว่าให้มาคอยรับใช้หว่านถัง
จากนั้นยังสั่งบ่าวชายให้นำไม้กระถางมาจัดวางในเรือนของนาง ทั้งเพิ่มเครื่องประดับหยกและมุกไม่น้อยลงบนชั้นวางของมีค่า ส่วนชุดเครื่องนอนบนเตียงก็ถูกรื้อออกทันที แล้วเปลี่ยนเป็นผ้าห่มแพรแดงสดลายยวนยาง
