“อา เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?”
“ได้ยินว่าซื่อจื่อถูกตาสาวใช้คนหนึ่ง อยากรับนางไว้เป็นสาวใช้ข้างห้อง ฮูหยินจึงไม่พอใจ”
“จุ๊ ๆ นับว่าหายากนักที่ซื่อจื่อจะมีคนเข้าตา ก่อนหน้านี้สาวงามปานบุปผาเหล่านั้น มิใช่ถูกเขาขับไล่ออกไปหมดหรอกหรือ”
“ข้าว่าฮูหยินก็คิดไม่ตก ซื่อจื่ออุตส่าห์เริ่มรู้เรื่องชายหญิงแล้ว จะสนใจไปไยว่าเป็นใคร”
ปลายนิ้วของหว่านถังที่วางอยู่บนกรอบหน้าต่างชะงักลงเล็กน้อย
ฮูหยินไม่เห็นด้วยหรือ?
มุมปากของหว่านถังยกขึ้นน้อย ๆ โดยไม่รู้ตัว
ท่านอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่เชี่ยวชาญการทำศึกเป็นที่สุด เขาสอนพวกเราว่าต้องแยกมิตรกับศัตรูให้ชัดเจน และร่วมมือกับทุกฝ่ายที่สามารถร่วมมือได้
หากขอให้ฮูหยินกั๋วกงช่วยส่งนางออกไปอย่างลับ ๆ เตรียมการให้รอบคอบ เรื่องนี้ย่อมมีทางเป็นไปได้
หว่านถังกำลังจะหันกลับไปยังจวนกั๋วกงเพื่อสืบข่าวสักหน่อย ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังมาจากด้านหลังไม่ไกล นางชะโงกหน้าออกไปมองนอกประตู ครั้นเห็นแล้วหัวใจก็พลันขมขื่น ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำ
จี้อวิ๋นจิ่งในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีขาวนวลวิ่งตรงมาหานาง
เมื่อคืนจี้อวิ๋นจิ่งรอจนดึกดื่นจึงกลับไป เช้าตรู่วันนี้ก็มารออยู่ตรงประตูข้างอีกครั้ง คิดจะสืบข่าวเพิ่มเติม ทว่ากลับเห็นหว่านถังเดินออกมาเสียก่อน
หว่านถังรีบก้าวเข้าไปหา
ไม่ได้พบกันสามปี จี้อวิ๋นจิ่งสูงขึ้นกว่าในความทรงจำอีกช่วงหนึ่ง ยังคงรูปร่างสูงโปร่งสง่างาม ทว่าระหว่างคิ้วที่อ่อนโยนมีความแข็งกร้าวและองอาจเพิ่มขึ้นหลายส่วน
หว่านถังจูงมือเขาเลี้ยวเข้าไปในตรอกเปลี่ยว เดินลึกเข้าไปจนสุดทาง นางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หลายครั้ง ปรับอารมณ์ให้สงบ แล้วจึงหันกลับมามองจี้อวิ๋นจิ่ง
จี้อวิ๋นจิ่งไม่ทันสังเกตว่าสองมือของนางว่างเปล่า แม้แต่ห่อสัมภาระก็ไม่ได้พกมา เขามัวแต่ดีใจ “ดีเหลือเกิน หว่านถัง ไป พวกเรากลับบ้านกัน”
