ชีซู้รีบยื่นมือไปคลำใต้หมอน
ว่างเปล่า
นางพลันได้สติ เมื่อคืนเปลี่ยนเครื่องนอนไปแล้ว
ตอนนั้นทั่วทั้งร่างนางอ่อนปวกเปียก สมองขุ่นมัวราวกับโคลนตม จึงจำไม่ได้เลยว่าใต้หมอนยังมีของที่นางลืมจัดการทิ้งไว้ตั้งแต่กลางวันซ่อนอยู่
คงเป็นตอนที่แม่นมฝางเปลี่ยนเครื่องนอน แล้วม้วนมันติดไปด้วย ก่อนนำไปวางไว้บนโต๊ะ
นางร้องในใจว่าแย่แล้ว ครั้นเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง อู๋ซวี้ก็ไม่อยู่ในห้องแล้ว ทั้งตัวเขาและสมุดเล่มนั้นหายไปด้วย
เขาเอาสมุดไปด้วยเหตุใด หรือว่าอ่านเนื้อหาข้างในแล้ว
เขาคงคิดว่านางหนุนภาพร่วมประเวณีหลับทุกคืน ในหัวมีแต่เรื่องร่วมประเวณีเป็นแน่
แค่คิดนางก็รู้สึกอับอายจนแทบวางตัวไม่ถูก จึงสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วร้องเรียกแม่นมฝางด้วยความหวังริบหรี่
แม่นมฝางผลักประตูเข้ามา ด้านหลังมีหนานจือตามมาด้วย ทั้งสองคิดว่านางจะลุกจากเตียง จึงถือทั้งน้ำร้อนและเสื้อผ้ามา พลางยิ้มแย้มเกลี้ยกล่อมว่า “ฟ้ายังเช้าอยู่ พระชายาจะบรรทมต่ออีกสักพักหรือไม่เพคะ”
เมื่อคืนวุ่นวายกันจนดึกดื่น นางควรนอนต่ออีกสักหน่อย
ชีซู้ส่ายหน้าเบา ๆ แล้วหันไปถามแม่นมฝาง “เครื่องนอนที่เปลี่ยนออกเมื่อคืน ส่งไปที่ใดแล้ว”
แม่นมฝางก้มกายตอบว่า “ตามธรรมเนียม ผ้าปูที่นอนกับเสื้อผ้าที่เปลี่ยนออก จะส่งไปห้องซักผ้าแต่เช้าเพคะ”
“รบกวนแม่นมไปดูสักเที่ยว ว่าข้างในมีสมุดเล่มหนึ่งหรือไม่” ชีซู้กำชับอย่างจริงจัง “หากมี ขอแม่นมนำกลับมา จำไว้ว่าอย่าเปิดอ่านเด็ดขาด”
แม่นมฝางเป็นคนเชื่อฟังคำสั่งและรักษากฎระเบียบที่สุด เมื่อนางกำชับแล้ว ย่อมไม่มีทางขัดคำสั่ง
