ริมฝีปากแตะกันแผ่วเบาราวแมลงปอแตะผิวน้ำ ยังไม่ทันได้แนบสนิท กีบม้าก็เหยียบลงบนหลุมตื้นพอดี หลังม้าสะเทือนเบา ๆ พาชีซู้เอนหงาย ครานี้จึงมิใช่เพียงแนบชิดอย่างอ่อนโยน หากแต่กดทับลงบนริมฝีปากของเขาอย่างหนักหน่วง
หัวใจของนางแทบกระดอนออกมาจากลำคอ ข้างหูคล้ายได้ยินเสียงกึกก้องแห่งสรรพสิ่งที่ฟื้นคืนชีวิต
เพราะตื่นตระหนกและประหม่าเกินไป นางจึงไม่มีแก่ใจจะสนใจปฏิกิริยาของเขาแม้แต่น้อย
ในชั่วขณะที่ดวงตาดำขลับของเขาลึกล้ำ กำลังจะก้มลงหา นางก็หันหน้าไปอีกทางฉับพลัน แล้วนั่งตัวตรง
เบื้องหลัง อู๋ซวี้ชะงักไปเล็กน้อย
เขาได้สัมผัสความรู้สึกแปลกใหม่อย่างหนึ่ง เป็นความว่างเปล่าราวกับสูญเสียบางสิ่งไป
เขาก้มตามองแผ่นหลังแข็งเกร็งของนาง ก่อนยื่นมือไปกระชับบังเหียน หลวม ๆ โอบนางไว้ในอ้อมแขน จากนั้นก็ไม่เอ่ยปากอีก และไม่ได้รั้งม้า
กีบม้ายังคงมุ่งหน้าไป ชีซู้กำขอบอานแน่น ด้านหลังมีเพียงเสียงลมหายใจสงบนิ่งของเขา แผ่วกระทบต้นคอนางเป็นจังหวะ
ในใจนางยุ่งเหยิงราวปมไหม
แย่แล้ว นางจูบเขาเข้าให้
นางควรอธิบายกับเขาอย่างไรดี ว่าทั้งหมดเป็นเพียงเหตุบังเอิญ นางมิได้ตั้งใจ
เขาจะโกรธหรือไม่ จะคิดว่านางจงใจล่วงเกิน และมีใจคิดเกินเลยต่อเขาหรือไม่
แต่ครานี้ ดูเหมือนนางจะไม่อาจเอ่ยอย่างหนักแน่นได้อีกแล้วว่า นางมิได้มีใจให้เขาแม้แต่น้อย
เมื่อมาถึงสถานที่เงียบสงบห่างไกลผู้คน อู๋ซวี้จึงรั้งม้าให้หยุด
เขาพลิกตัวลงจากหลังม้าก่อน แล้วยื่นมือให้นาง
ชีซู้ก้มหน้า เห็นสีหน้าของเขายังคงเป็นปกติ ไร้แววขุ่นเคืองแม้แต่น้อย จึงค่อยคลายใจลงเล็กน้อย แล้วยื่นมือให้เขา อาศัยแรงช่วยพยุงลงจากม้า
