ห้องสอบสวนส่วนลึกของคุกแคบและมืดสลัว มีเพียงตะเกียงน้ำมันดวงหนึ่งแขวนอยู่เหนือโต๊ะ ส่องให้เห็นเงามืดชื้นแฉะบนผนังทั้งสี่ด้าน
ชีซู้เหลือบมองประตูที่แง้มอยู่ ก่อนหันไปมองกู้ชิงอิง
กู้ชิงอิงเข้าใจความหมาย เม้มปากเล็กน้อยแล้วเบี่ยงกายหลบเข้าไปหลังประตู ยืนแนบกำแพง ซ่อนตัวอยู่ในมุมที่แสงตะเกียงส่องไม่ถึง
ชีซู้นั่งลงบนที่นั่งประธานในห้องสอบสวน แล้วส่งสัญญาณให้มือปราบพาชีว่านหนิงเข้ามา
ยามถูกคุมตัวเข้ามา ชีว่านหนิงดูราวกับนกที่ถูกทำให้ตกใจจนขวัญหนี เดินโซเซสั่นเทาเป็นระยะ ทั้งยังกระตุกตัวอยู่บ่อยครั้ง
เมื่อเห็นชีซู้ แววตาของนางเต็มไปด้วยความเคียดแค้น และยังมีความหวาดหวั่นปะปนอยู่ด้วย
นางหยุดฝีเท้า ไม่ยอมเดินต่อ ทว่าถูกมือปราบลากไปกดให้นั่งลงบนเก้าอี้สอบสวน
นางห่อไหล่ มือกำที่นั่งแน่น แล้วเอ่ยขึ้นอย่างข่มขวัญตนเองว่า “ถึงเจ้าเป็นพระชายาผู้สำเร็จราชการ ก็...ก็ไม่อาจใช้โทษส่วนตัวกับข้าได้...”
ชีซู้ไม่มีทางมาหานางโดยไร้เหตุผล ต้องมาอวดอำนาจและคิดเหยียดหยามนางเป็นแน่!
ชีซู้มองนางอย่างเย็นชา กล่าวตรงเข้าประเด็นว่า “คำพิพากษาของเจ้าออกมาแล้ว ประหารหลังฤดูสารท”
ใบหน้าของชีว่านหนิงซีดเผือด มือยิ่งจิกที่นั่งแน่นขึ้น ส่ายหน้าไม่หยุด “ไม่...ไม่จริง กู้ชิงอิงจะช่วยข้า นางจะช่วยข้า”
“นางช่วยเจ้าไม่ได้” ชีซู้จ้องใบหน้านางแน่วนิ่ง “แต่ข้าช่วยเจ้าได้”
ชีว่านหนิงเงยหน้าพรวด แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ “เจ้า...เจ้ายินดีช่วยข้าหรือ?”
ชีซู้กล่าวเสียงเรียบ “มารดาของเจ้าปลิดชีพตนเองต่อหน้าผู้คน ทำให้ข้าสลดใจ ถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นน้องสาวร่วมบิดาของข้า หากเจ้ายินดีแก้ไขความผิด ข้าจะไปขอร้องท่านอ๋องให้ไว้ชีวิตเจ้า”
