สืออวี่ไม่เต็มใจจะพูดมาก ชีซู้เองก็เข้าใจดี
นางกับเขาเพิ่งพบกันเพียงสองครั้ง ไม่มีผู้ใดเปิดใจเล่าความลับให้คนแปลกหน้าโดยไร้เหตุผล
แต่วันนี้นางย้อนกลับมาตามหาเขาแล้ว จึงมีเรื่องหนึ่งที่ต้องยืนยันให้แน่ชัด
หากเขาเป็นญาติทางสายเลือดของอู๋ซวี้จริง แล้วอู๋ซวี้รู้หรือไม่ว่ามีตัวตนของเขาอยู่
หากรู้แล้วแต่ไม่คิดคบหากัน ย่อมมีเหตุผลของอู๋ซวี้ นางจะไม่ก้าวก่ายเรื่องของผู้อื่นอีก ถือเสียว่าไม่เคยพบคนชื่อสืออวี่ผู้นี้มาก่อน
หากไม่รู้ นางจึงค่อยพิจารณาว่าควรช่วยให้พี่น้องได้รู้จักและกลับมาอยู่พร้อมหน้ากันหรือไม่
ด้วยเหตุนี้ นางจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยั่งเชิงถามอ้อม ๆ ว่า “ท่านเติบโตมาพร้อมกับพี่ชายหรือไม่? พี่น้องที่เติบโตมาด้วยกัน ไฉนจึงชิงชังกันได้? บางทีท่านอาจเข้าใจผิดไปเอง”
แต่สืออวี่กลับตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่พูดมากกว่านี้ เขาอมพะนำเอาไว้แล้วกล่าวว่า “คราวหน้าข้าจะบอกเจ้า”
เมื่อถามไม่สำเร็จ ชีซู้ก็ไม่ดึงดันอีก นางเอ่ยอย่างรู้สึกผิดว่า “วันนี้ข้าถามมากเกินไปแล้ว ไม่ทราบว่าคุณชายสือพักอยู่ที่ใด หากข้าต้องการไปหาคุณชายสือ ควรไปที่ใด?”
สืออวี่ตอบว่า “โรงเตี๊ยมเยว่อัน”
ชีซู้จดจำไว้ ก่อนลุกขึ้นกล่าวลา “ได้ หากวันหน้ามีเวลา ข้าจะไปโรงเตี๊ยมเยว่อันรับคุณชายสือ เพื่อแสดงไมตรีในฐานะเจ้าบ้าน”
วันนี้เขาไม่เต็มใจจะพูดต่อ นางอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไร้ประโยชน์
เพิ่งก้าวไปได้สองก้าว สืออวี่ก็เรียกนางไว้ “แม่นางชี”
