เซี่ยวเจาลุกขึ้นจากที่นั่งกะทันหัน ดวงตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใส พลางปรบมือเสียงดัง “อ๋องผู้สำเร็จราชการกล่าวได้ถูกต้อง!”
เจียงซินเจิ้นข่มอารมณ์ไว้ ก่อนเอ่ยเสียงดังเพื่อสงบสถานการณ์ “การล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วง มิใช่เพียงการแข่งขันขี่ม้ายิงธนู หากยังเป็นการประลองความเมตตา พระดำรัสของอ๋องผู้สำเร็จราชการตรงกับความคิดของอัยเจียอย่างยิ่ง เหล่าขุนนางจงยึดถือเป็นแบบอย่าง”
สายตาของนางกวาดผ่านกู้ฉงหย่วนและเหล่าขุนพลอย่างมีนัย
ใบหน้ากู้ฉงหย่วนเขียวคล้ำ แผงอกกระเพื่อมขึ้นลง ผ่านไปครู่ใหญ่จึงเค้นคำว่า “ได้รับคำชี้แนะแล้ว” ออกมา ก่อนก้าวฉับ ๆ จากไป
จ้าวเจิ้นซ่างกับเหล่าขุนพลติดตามไป
ทั่วทั้งแท่นเงียบกริบ ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปาก
ชีซู้มองอู๋ซวี้ แล้วพลันเกิดความรู้สึกปรารถนาอย่างยิ่งขึ้นเป็นครั้งแรก
นางอยากวิ่งไปหาเขา
ขณะนั้นเสียงของเจียงซินเจิ้นดังมาจากที่ประทับ “วันนี้เจ้าไม่ได้จะไปเรียนขี่ม้ายิงธนูกับอวี้รุ่ยหรือ?”
นางกวาดตามองรอบหนึ่ง “อวี้รุ่ยเล่า?”
ชีซู้ละสายตากลับมา แล้วตอบตามจริง “เมื่อเช้านี้หม่อมฉันกับน้องอวี้รุ่ยมาถึงลานล่าสัตว์พร้อมกัน ท่านอ๋องตรัสว่าจะสอนหม่อมฉันเอง หม่อมฉันจึงไม่ได้ไปหาอาเหิงเพคะ”
เมื่ออู๋ซวี้ประลองกับกู้ฉงหย่วน ผู้คนส่วนใหญ่ต่างพากันไปชมที่แท่นชม
จากที่นางรู้จักลู่เหิง เขาก็น่าจะมาชมด้วยเช่นกัน แต่ยามนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงา คาดว่าคงถูกเจียงอวี้รุ่ยรั้งตัวไว้
คิดถึงตรงนี้ นางพลันนึกถึงกู้ชิงอิง
บิดาของนางลงประลองแท้ ๆ แต่นางกลับไม่มาชม
ปลายนิ้วเจียงซินเจิ้นหยุดอยู่ที่ขอบถ้วยชาเพียงชั่วขณะ ก่อนจะยิ้ม “อ๋องผู้สำเร็จราชการทรงงานยุ่งถึงเพียงนั้น ยังมีเวลามาสอนเจ้าขี่ม้ายิงธนูด้วยพระองค์เอง ดูท่าความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาของพวกเจ้าจะลึกซึ้งยิ่ง”
