ฉินจ้านหยางสูดหายใจลึก จ้องมองจางหมางที่เริ่มโหนชิงบาร์แล้ว
หมอนี่สูงราวหนึ่งเมตรเจ็ดสิบห้า ตอนนี้ถอดชุดลายพรางออก เหลือเพียงเสื้อกล้ามที่ชุ่มเหงื่อ แขนทั้งสองข้างใหญ่กว่าต้นขาของผู้หญิงหลายคนเสียอีก ทุกครั้งที่ดึงตัวขึ้น เส้นเลือดก็ปูดโปน ให้ความรู้สึกถึงพละกำลังมหาศาล
จางหมางอ้าปากเล็กน้อย หอบฮัก ๆ พลางโหนชิงบาร์ต่อไป
พูดตามตรง ตอนนี้เขาใช้แรงไปมากแล้ว
แต่
จางจิ้งเทาไม่ได้บอกว่าต้องทำตามเงื่อนไขอะไรถึงจะเข้ารอบต่อไปได้ เพราะงั้นเขาจึงทำได้แค่พยายามโหนชิงบาร์ให้ได้มากที่สุด
กล้ามอกกำยำใต้เสื้อกล้ามที่ชุ่มเหงื่อ ทำเอาทหารใหม่หลายคนมองจนน้ำลายไหล พลางคิดในใจว่าถ้าตัวเองมีกล้ามอกแบบนี้บ้างก็คงดี...
ไกลออกไป
บนแท่นยืน
หัวหน้ากองร้อยทั้งแปดยืนรวมกลุ่มกัน
หวงฟาน หัวหน้ากองร้อยแปด ขมวดคิ้วมองจางจิ้งเทาแล้วพูดว่า “จาง นายกำลังเล่นอะไรกันแน่ บอกแค่ว่าจะประลองอะไร แต่ไม่บอกกติกา เหมือนตอนแข่งวิดพื้นก่อนหน้านี้ไม่มีผิด นายพูดแค่ว่าไม่จำกัดจำนวน ทำเอาทหารเก่าหลายคนแทบเอาชีวิตเข้าแลกวิดพื้นจนหมดแรงกันไปเป็นกอง”
“คราวนี้เป็นดึงข้อ นายก็ยังไม่บอกอีกว่าต้องทำกี่ครั้งถึงจะเข้ารอบต่อไป นี่คิดจะบีบพวกเขาจนตายหรือไง”
จางจิ้งเทาหรี่ตามองจางหมางที่กำลังโหนชิงบาร์อยู่ไกล ๆ พลางตอบว่า “การประลองต้องมีกติกาอะไรให้ยุ่งยากล่ะ ก็แข่งกันไปเลย คนอ่อนก็ถูกคัดออก คนเก่งก็เข้ารอบ หลักการง่าย ๆ แค่นี้ ยังต้องให้ฉันสอนนายอีกหรือไง”
