หานชิงเซี่ยไม่พูดอะไรสักคำ เธอมองเขาอย่างสงบนิ่ง พร้อมชูนิ้วให้ “นายน่าสงสารกว่า”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ” ฉินเค่อหัวเราะพลางไอ “นี่มันน่าสงสารตรงไหน ยังมีอะไรให้กินเลย”
“ข้าจะเล่าลับ ๆ ให้นะ ตอนเด็กข้าเป็นเด็กร้องไห้เก่งมาก แล้วการร้องไห้ก็ได้ผลดีด้วย ร้องทีไรพ่อข้าก็ให้เงิน น่าเสียดายที่ผ่านไปไม่กี่ปี พ่อข้าก็ตาย”
“เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เสียชีวิตคาที่ จากนั้นก็ไม่มีใครให้เงินแม่ข้าอีก แม่ข้าก็อุ้มข้าไปร้องไห้ที่บ้านตระกูลฉินทุกวัน บ้านตระกูลฉินไม่ให้เงิน ก็โยนข้าทิ้งไว้ที่นั่น ตอนนั้นภรรยาเอกของบ้านตระกูลฉินทำเด็กหลอดแก้วจนตั้งท้องลูกแฝด เป็นลูกชายสองคนเลยนะ”
“หญิงโง่เง่าอย่างแม่ข้าคิดได้ยังไงว่าข้าจะมีประโยชน์”
“พอหล่อนรู้ว่าข้าไม่มีประโยชน์อะไรเลย ก็ทิ้งข้าไป ตอนนั้นข้าอายุแค่ไหนนะ อ๋อ สิบขวบ” ฉินเค่อสูบบุหรี่เข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนพ่นควันเป็นกลุ่ม แล้วพูดถึงผู้หญิงที่กำลังวิ่งอยู่ข้างนอก “ข้ายืนเดียวดายอยู่หน้าประตูบ้านตระกูลฉิน ตอนนั้นข้าหิวมาก ข้าไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน”
“ตอนกำลังร้องไห้เพราะหิว สองคนนั้นก็ยื่นข้าวหมาให้ข้าถ้วยนึง”
“บ้านตระกูลฉินเลี้ยงหมาไว้ตัวนึง เป็นข้าวเหลือของมัน พวกเขาเอาออกมาให้ข้ากิน ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
หานชิงเซี่ยไม่พูดอะไรสักคำ เธอมองสองสามีภรรยาวัยกลางคนที่กำลังวิ่งหนีไปทั้งที่ท้องโต พวกเขาหายลับไปตรงทางโค้ง เธอเหมือนได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงร่ำไห้โหยหวน
แต่เพราะอยู่ไกลมาก จึงฟังไม่ชัด
หานชิงเซี่ยมองฉินเค่อที่เล่าเรื่องในอดีตของตัวเองจบแล้วก้มหน้าลง เธอสูดลมหายใจลึก “มันผ่านไปแล้ว ตอนนี้มันก็แค่ยุคใหม่”
