กลิ่นอายสดชื่นของพรรณไม้บนเขายังคงติดอยู่ที่ตัวเพ่ยเยี่ยน กวาดโอบห่อหุ้มเฮ่อซีไว้ทั้งร่างตั้งแต่หัวจรดเท้า
นางมักรู้สึกเสมอว่ากลิ่นอายของเขาช่างคล้ายกับตัวเขาเอง มองดูไร้พิษภัย แต่แท้จริงแล้วดื้อรั้นและถือสิทธิ์เสียเหลือเกิน จนไม่อาจปฏิเสธได้เลย
ความร้อนบนแก้มของเฮ่อซีพลุ่งขึ้นมาในทันใด แผ่ซ่านจากยอดหูจรดอาบแก้ม แต้มเป็นสีชมพูอ่อนจาง ๆ
นางไม่สบายใจนัก จึงเบนสายตาหนี "ข้าก็แค่เบื่อหน่อย ๆ เลยหยิบมาใส่เล่นเท่านั้น"
แต่เพ่ยเยี่ยนกลับประคองใบหน้าของนางไว้ ทำให้ไม่อาจเบี่ยงหนีหลบเขาได้อีก ตราบใดที่เขาอยู่ตรงนี้ เขาต้องเห็นดวงตานางจ้องมองมาแต่เพียงเขาเท่านั้น
ปลายนิ้วของเขาลูบไล้ผิวแก้มนางเบา ๆ พร้อมพึมพำแผ่วเบา "อาซีอย่าเพิ่งร้อนใจไป ข้าจะต้องแต่งเจ้าเป็นแน่"
เฮ่อซีรีบพูดขึ้น "ข้าไม่ได้ร้อนใจสักหน่อย!"
เพ่ยเยี่ยนหัวเราะออกมาอีกครั้ง "อืม เจ้าไม่ร้อนใจ"
ครานี้นางคงแก้ตัวไม่หลุดแล้วสินะ
เฮ่อซีทั้งจนมุมทั้งเขินอาย รีบถอดผ้าคลุมหน้าบนศีรษะออกจนหมด พับเก็บอย่างเรียบร้อยแล้ววางกลับไว้ที่เดิมบนโต๊ะ
เมื่อเงยหน้ามองเขา ถึงได้พบว่าเส้นผมดำขลับของเขามีเศษใบหญ้าปะปนอยู่
นางเผลอยกมือขึ้น ปลายนิ้วค่อย ๆ เอื้อมไปยังยอดผมของเขา ลูบไล้เส้นผมดำขลับของเขาอย่างแผ่วเบา ปัดเศษใบหญ้าที่ปะปนอยู่ออกทีละนิด
"นี่เจ้าไปที่ไหนมาหรือ"
เพ่ยเยี่ยนกล่าว "ไปที่เขาหลังจวนตระกูลเสิ่นเพื่อสืบข่าวมา"
"สืบข่าวหรือ"
เขาอธิบาย "เหล่าภูตผีปีศาจบนเขานั้น แม้กำลังไม่สู้ดีนัก แต่ข่าวคราวของพวกมันกลับฉับไว ข้าจึงจับเจ้าตัวน้อยพวกนี้มาถามสองสามคำว่าในจวนตระกูลเสิ่นช่วงนี้มีความผิดปกติใดหรือไม่"
