สวี่ซิงเฉินง่วงเหลือเกิน
เขาไม่ได้นอนหลับสนิทมานานแล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อไรที่หลับตาลงก็เจอแต่ฝันร้าย
เรื่องที่เขากังวลมีมากเกินไป กังวลว่าฉินเกอจะรู้เรื่องอาการป่วย กังวลว่าฉินเกอจะรู้ว่าเขาชอบเขา
กังวลว่าฉินเกอจะรังเกียจ กังวลว่าเขาจะจากเขาไปตลอดกาล
ตอนนี้อย่างน้อยเขาก็มั่นใจแล้วว่า ถึงเขาจะขึ้นเตียงกับฉินเกอจริง ๆ ฉินเกอก็ไม่มีทางทอดทิ้งเขา
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
สองวันนี้ก็เหนื่อยเกินไปจริง ๆ
ทั้งร่างและใจต่างถึงขีดจำกัด คราวนี้เขาหลับยาวกว่าเดิม
หลับต่อเนื่องจนพลบค่ำผ่านไปฟ้าสางอีกครั้ง
ระหว่างนั้นฉินเกอป้อนอะไรบางอย่างให้เขากินนิดหน่อย
เขาพอมีความทรงจำเลือนราง รับรู้ถึงกลิ่นที่คุ้นเคยแล้ว ก็ง่วงต่อไปอีก
พอหลับเต็มอิ่ม ก็ผ่านไปแล้วหนึ่งวันหนึ่งคืน
ในห้องไม่ได้เปิดไฟ ดึงม่านปิดแล้ว ทุกแห่งหนล้วนมืดมิด
สวี่ซิงเฉินหัวสมองหนักอึ้งเบลอไปหมด กว่าจะตอบสนองได้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ใช้เวลานานมาก
อ้าปากออก เสียงแหบพร่าเอาเรื่อง
ในความมืด มีอะไรบางอย่างจ้องมองเขาอยู่ เขาลองเรียกชื่อฉินเกอ
“ฉินเกอ?”
คอแห้งจนไม่สบายตัว
ใครบางคนในความมืดก้าวเดินเข้ามา รินน้ำให้แก้วหนึ่ง
ประคองเขา ดื่มน้ำลงไป คอถึงค่อยยังชั่วขึ้นมาหน่อย
ในอากาศยังคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นที่ตกค้างจากค่ำคืนวุ่นวายเมื่อคืน
สวี่ซิงเฉินถาม “ทำไมไม่เปิดไฟ?”
ฉินเกอจึงเพิ่งเปิดไฟสว่างขึ้น
เขาโยนยาลงตรงหน้าสวี่ซิงเฉิน “ดวงดาวไม่มีอะไรอยากพูดกับฉัน?”
