แผนการที่สวี่ซิงเฉินจะหลบหน้าฉินเกอล้มเหลว
ฉินเกอไม่รู้ไปเจออะไรมากระตุ้น ติดหนึบยิ่งกว่าอะไรดี
ถือดีว่ามือเจ็บ ยิ่งได้ใจหนักกว่าเดิม
แม้แต่กินข้าวยังต้องให้สวี่ซิงเฉินป้อน
หน้าตาอย่างกับบีคิง แต่ดันชอบอ้อนซะอย่างนั้น
แถมยังชอบหยั่งเชิงเส้นตายของสวี่ซิงเฉิน ค่อย ๆ ย่ำไปตามเส้นตายของอีกฝ่ายทีละก้าว
หน้าโต๊ะกินข้าว เขาเบียดชิดสวี่ซิงเฉินมาก คนทั้งคนแทบจะทับลงบนตัวอีกฝ่าย หัวซบลงบนซอกคอสวี่ซิงเฉิน
หนึบหนับออดอ้อน
สวี่ซิงเฉินเริ่มรำคาญ วางช้อนลงตรงหน้าเขา “กินเอง”
ฉินเกอซุกหน้าอยู่ตรงคอสวี่ซิงเฉิน “มือเจ็บนะ”
สวี่ซิงเฉินอดทน “มือซ้ายนายไม่ได้เจ็บ”
ฉินเกอ “มือขวาเจ็บจนมือซ้ายก็ยกไม่ขึ้น”
สวี่ซิงเฉิน “...”
ว้าว
“งั้นก็อย่ากิน”
ฉินเกอ “ช่างเถอะ ปล่อยให้ฉันอดตายก็แล้วกัน”
เบือนหน้าหนีไปเลยจริง ๆ ท่าทางไม่คิดจะกินแล้ว ดูน่าสงสาร แม้แต่ผมหยอยลง
สวี่ซิงเฉิน: ...
อดทนไว้
เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาอีกครั้ง ป้อนข้าวให้ฉินเกอต่อ
สีหน้าของฉินเกอเบิกบานในพริบตา อ้าปากกินข้าวที่สวี่ซิงเฉินป้อนต่อ
เบียดสวี่ซิงเฉินจนแทบจะแปะติดกำแพง
ขนาดนี้ฉินเกอยังไม่ค่อยพอใจ
ในหัวเขามีประกายความคิดวาบ “สิงสิงนายมานั่งบนตักฉันแล้วป้อนฉันก็ได้”
ฉินเกอรู้สึกว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะแท้ ๆ
ทำไมเมื่อก่อนเขาถึงไม่เคยคิดนะ
ทั้งที่ตอนเด็ก ๆ
