สวี่ซิงเฉินน้อยครั้งนักที่จะรู้สึกรังเกียจใครสักคนได้มากขนาดนี้ ยกเว้นฉินซือหย่วน
“นายมาอยู่นี่ได้ไง”
“อาจารย์ที่ปรึกษาพวกนายมีธุระไปแล้วล่ะ จะนั่งลงคุยกันดี ๆ สักหน่อยไหม”
สวี่ซิงเฉินเอ่ย “ฉันกับนายไม่มีอะไรให้คุย”
ที่เขายังมีชีวิตอยู่ได้จนถึงตอนนี้ ก็เพราะฉินเป่ยยังมีชีวิตอยู่
หลังจากเกิดเรื่องของฉินเกอ หลินซูก็หย่ากับฉินซือหย่วนทันที
ไม่สนใจว่าบริษัทตระกูลอวิ๋นจะยังอยู่ในวังวนปัญหา นางถือมีดหมายจะตายไปด้วยกันกับฉินซือหย่วน
สุดท้ายคนอื่น ๆ มาถึงทันเวลา นางทำลายฉินซือหย่วนต่อหน้าทุกคนอย่างไร้ความปรานี
นางไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ต้องการแค่ชีวิตของฉินซือหย่วน
ฉินเป่ยคุกเข่าลง ต่อหน้าหลินซู หวังว่านางจะไว้ชีวิตฉินซือหย่วน โดยเห็นแก่ความสัมพันธ์อันยาวนานของทั้งสองฝ่าย
ในเวลาเดียวกัน ฉินเป่ยก็ริบหุ้นส่วนทั้งหมดของฉินซือหย่วนคืน และโอนทรัพย์สินส่วนใหญ่ไปให้ฉินเกอที่ยังเด็กอยู่โดยตรง
เขาข้ามฉินซือหย่วนไป ฝึกฝนฉินเกอโดยตรง
เขารับประกันกับทุกคนว่า ตราบใดที่เขายังอยู่ จะไม่มีทางให้ฉินซือหย่วนมีโอกาสทำร้ายฉินเกอได้อีกอย่างเด็ดขาด
ตระกูลฉินกับตระกูลอวิ๋นมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ทั้งสองฝ่ายมีปฏิสัมพันธ์กันมาตั้งแต่สมัยยังหนุ่มสาว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็อยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียว ใครก็คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
ตอนที่ฉินเป่ยคุกเข่าต่อหน้าพวกเขาเพื่อขอขมา ผมของเขากลายเป็นสีขาวทั้งศีรษะ หลังค่อม ราวกับแก่ลงไปสิบปีภายในชั่วข้ามคืน
ฉินเป่ยที่ไม่เคยก้มหัวให้ใครมาตลอดชีวิตในแวดวงธุรกิจ ต้องมาคุกเข่าต่อหน้าทุกคนเพราะฉินซือหย่วน
