หลี่เล่อและหวังฉีซินมองสวี่ซิงเฉินที่เหม่อลอยมาตลอดทาง
พวกเขาทั้งลังเลทั้งอยากรู้ อัดอั้นอยู่นาน แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป
เรื่องแบบนี้ แค่มีตาก็มองออกแล้วว่าสวี่ซิงเฉินกับฉินเกอมีปัญหากัน
ถ้าพวกเขาถามตอนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับเอามีดมาจิ้มหัวใจสวี่ซิงเฉิน
ลังเลอยู่อย่างนั้นตลอดทาง พอเดินกลับมาถึงหอพักก็ยังไม่ได้ถาม
หวังฉีซินเอ่ยที่หน้าประตูว่า “ดวงดาว ถ้าเจออะไรที่ต้องช่วยเหลือ ต้องรีบบอกพวกเราทันทีนะ”
หลี่เล่อรีบผงกหัว “ใช่ ๆ ใช่เลย แค่ช่วยได้ เราช่วยแน่”
แค่ให้กำลังใจก็ยังดี
สีหน้าสวี่ซิงเฉินอ่อนโยนขึ้นมาก “ได้ ขอบใจ”
พูดจบยังไม่ทันเปิดประตู ก็เห็นฉินเกอยืนรออยู่หน้าห้อง
สายตาของเขากวาดผ่านหลี่เล่อกับหวังฉีซินอย่างเย็นชา
ทั้งสองคนรู้สึกเหมือนมีลมเย็นวาบผ่านแผ่นหลังอย่างประหลาด
“คุยอะไรกันอยู่ ไม่เข้าไปข้างใน?”
น้ำเสียงของฉินเกอถือว่ายังดี แต่หลี่เล่อกับหวังฉีซินกลับรู้สึกหนาวเย็นขึ้นไปอีก
ปกติฉินเกอก็ให้ความรู้สึกกดดันอยู่บ้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่กดดันได้ขนาดนี้
หลี่เล่อกับหวังฉีซินพูดไม่ออกชั่วขณะ ไม่รู้จะพูดอะไร จึงมองไปที่สวี่ซิงเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือ
สวี่ซิงเฉินดันประตูเข้าไป “ก็คุยเล่นกันนิดหน่อย”
ฉินเกอเดินตามเข้าไป
หลี่เล่อกับหวังฉีซินถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
