ทั้งสองคนไม่ได้กล่าวคำร่ำลาแบบขอไปทีว่าอีกสักครู่เจอกันเลยด้วยซ้ำ ต่างคนต่างจูงคู่ของตัวเองกลับห้องไป
ฉินเกอเอ่ยว่า “นายนัดกับเฉียนเหล่ยเหล่ยไว้แล้วเหรอ”
สวี่ซิงเฉินตอบว่า “…ถ้าฉันจำไม่ผิด ที่นี่นายเป็นคนจองนะ”
ฉินเกอวางศีรษะลงบนไหล่ของสวี่ซิงเฉิน “กว่าจะได้ใช้สุดสัปดาห์กับนายตามลำพัง”
“ดวงดาว~ เราไม่ต้องไปหาพวกเขาดีไหม”
สวี่ซิงเฉินไม่ได้เจอเฉียนเหล่ยเหล่ยมาหลายวันแล้ว และก็อยากจะถามความคืบหน้าของงานจากเขาด้วย
ครั้งนี้เขาอยู่กับหลีโจวไป๋ แถมยังเป็นคู่รักกัน ถ้าเขาตามไปด้วยก็ดูจะไม่มีกาลเทศะเกินไปหน่อย
เขาคิดทบทวนครู่หนึ่ง แล้วก็พยักหน้า “ดี”
ฉินเกอมีชีวิตชีวาขึ้นมาในชั่วพริบตา ดวงตาสุกใสผิดปกติ
ชายหนุ่มตัวใหญ่เบ้อเริ่ม กลับต้องการเกาะติดอยู่กับสวี่ซิงเฉิน สวี่ซิงเฉินเดินก้าวหนึ่ง เขาก็เดินตามไปก้าวหนึ่ง
ชาติที่แล้วของเขา คงจะเป็นของประดับของดวงดาว
อืม หรือให้ดวงดาวมาเป็นของประดับของเขาก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้พาไปไหนมาไหนได้ทุกที่
“ของขวัญล่ะ ของขวัญอยู่ไหน”
เขาหมอบลงตรงหน้าสวี่ซิงเฉิน ดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
สวี่ซิงเฉินรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมาเล็กน้อย “ระหว่างทางเจอปัญหาเล็กน้อย ยังส่งมาไม่ถึง รอกลับไปก่อนเถอะนะ”
ฉินเกอก็ไม่ใช่คนโง่ เขาจ้องมองสวี่ซิงเฉินอย่างคลางแคลงใจอยู่หลายวินาที
เขาโทรศัพท์ไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ “สวัสดีครับ สอบถามหน่อยว่าของที่ส่งมาจาก 1803 วางไว้ที่ไหนครับ”
“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า พัสดุทางเราเซ็นรับแทนและนำไปวางไว้บนโต๊ะในห้องเครื่องแต่งตัวแล้วนะคะ หากมีปัญหาอะไรสามารถติดต่อเราได้ทันทีเลยค่ะ ยังมีอะไรให้ช่วยเหลืออีกมั้ยคะ”
“ได้ ขอบคุณครับ ไม่มีแล้วครับ”
