“เสี่ยวชู ไอ้หน้าด้านแบบนั้นเธอยังจะยืนนิ่งอีกทำไม จัดการมันเลย!”
หานจิ้งตวาดลั่น คว้าเก้าอี้ข้างตัวฟาดใส่หลินซือหย่วน
“แกกล้าตีฉันเหรอ?”
เก้าอี้กระแทกเข้าเต็มแรง หลินซือหย่วนโมโหหนัก เงื้อมือตบกลับฉาดใหญ่
หานจิ้งหน้าชาไปทั้งแง
หลินซือหย่วนยังไม่สาแก่ใจ ยกเท้าถีบหานจิ้งซ้ำ
ซูจิ่นชูเห็นภาพนั้นก็ตะลึงงันไปชั่วขณะ!
แต่แล้วก็ตั้งสติได้ไว ไม่รู้ว่าความกล้ามาจากไหน เธอคว้าขวดเบียร์บนโต๊ะฟาดลงบนหัวหลินซือหย่วน
หลินซือหย่วนคบกับซูจิ่นชูมาครึ่งปี รู้อยู่แก่ใจว่าถึงหล่อนจะสวย แต่เป็นคนอ่อนหวานยอมคน
จะไปคาดคิดว่าหล่อนจะกล้าเอาเหล้าทุบหัวเขาเพื่อช่วยหานจิ้ง?
เลือดแดงฉานไหลอาบขมับ เขาอยากด่า แต่ยังไม่ทันเอ่ยปากก็ตาพร่ามืด ร่วงลงไปกองกับพื้น
“กรี๊ด! ฆ่ากันแล้ว ฆ่ากันแล้ว!”
หญิงสาวข้างกายเขากรีดร้องแหลมปรี๊ด แขกในร้านแตกตื่นวิ่งหนีกันชุลมุน
บางคนโทรแจ้งตำรวจไปแล้ว
ซูจิ่นชูเองก็ตะลึง มือยังกำขวดเหล้าแน่น ยืนงงไม่รู้จะทำอย่างไร!
“เสี่ยวชู จะเอายังไงดี?”
หานจิ้งได้สติแล้ว ร้องไห้สะอื้นเขย่าแขนซูจิ่นชู
พอหานจิ้งกลัวขนาดนี้ ซูจิ่นชูกลับใจเย็นลง ปลอบว่า “ไม่เป็นไร ฉันลงมือเอง ไม่เกี่ยวกับเธอ จิ้งจิ้ง เธอรีบไปจากที่นี่เถอะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
“พูดอะไรของเธอ ฉันเริ่มก่อน ต้องรับผิดก็รับด้วยกัน” หานจิ้งแม้จะตกใจจนน้ำตาไหลพราก แต่ก็ยังมีน้ำใจยอมอยู่เคียงข้าง
